ารบ่มเพาะของเขากับขั้นอสงไขยจึงต่างกันอย่างมาก แม้ว่าเขาจะพอใช้วัตถุเทพนี้ได้ผ่านวิธีการพิเศษ แต่เขาไม่อาจจะทนมันได้นานนัก
สายตาของปรมาจารย์ชูเย็นชาขึ้นมา พลังของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาใช้พลังทั้งหมดที่มีปลดปล่อยขีดจำกัดของวัตถุเทพ เขารู้ว่าเขาไม่อาจจะยื้อต่อไปได้และต้องจบการต่อสู้นี้ให้เร็วที่สุด
ทันใดนั้นพัดวายุนิลหายนะก็ส่องแสงเจิดจ้าออกมาพร้อมกับพลังงานที่แข็งแกร่ง พายุสีดำอันน่ากลัวเพียงพอที่จะฉีกมิติได้พัดเข้าใส่เจี้ยนเฉิน
มองจากไกล ๆ พายุนี้เหมือนจะครอบคลุมไปทั่วท้องฟ้าคอยบดบังดวงจันทร์และดวงดาว ทำให้โลกนี้ตกสู่ความมืดมิด มันเป็นฉากที่น่าตกใจ
เจี้ยนเฉินลอยอยู่ในอากาศ เขาตัวชุ่มไปด้วยเลือด แต่พลังของเขานั้นแผ่ออกมาพร้อมกับเจตจำนงกระบี่ที่หมุนวนรอบตัวเขา เขาตะโกนออกมาและส่งปราณกระบี่สีทองหลายเส้นที่ยาวหลายเมตรเข้าใส่พายุนั้นและหัวเราะออกมา “ดูเหมือนว่าวัตถุเทพนั้นจะไม่ได้ดีเด่อะไร เราจะได้สู้กันอีกในอนาคต ปรมาจารย์ชู ลาก่อน” เมื่อพูดจบ เจี้ยนเฉินก็หันกลับและพุ่งออกไปไม่สนใจการต่อสู้อีก
ความผันผวนจากการต่อสู้นี้มีมากเกินไป คลื่นพลังงานอันรุนแรงทำให้รอบข้างปั่นป่วนซึ่งแม้ว่าจะอยู่ห่างกว่าล้านกิโลเมตรก็ยังรู้สึกถึงมันได้อย่างชัดเจน ผู้คนแห่กันมาสมทบมากขึ้นเรื่อย ๆ หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปสถานการณ์ก็มีแต่จะย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ สำหรับเจี้ยนเฉิน
ตอนที่เจี้ยนเฉินถอยกลับ ไคยะก็ก