งพวกนี้คือจื่อหยุน แต่เมื่อจื่อหยุนและไคยะอยู่ด้วยกัน เจี้ยนเฉินและไคยะจึงกลายเป็นเป้าหมายของพวกนี้ไปด้วย
“ไปกันเถอะ ! ” เจี้ยนเฉินตะโกนบอก แม้ว่าเขาจะรับรู้พลังที่แข็งแกร่งในหมู่พวกนี้ไม่ได้ แต่เสี่ยวม่านอยู่กับเขาด้วย ซึ่งนั่นเป็นการจำกัดสิ่งที่เขาสามารถทำได้ เขาไม่กล้าที่จะต่อสู้โดยที่มีเสี่ยวม่านอยู่กับตัว
แต่ตอนที่เจี้ยนเฉินพุ่งเข้าไปหาเสี่ยวม่านและจับตัวนางนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังลึกลับที่มองไม่เห็นทั้งด้วยตาเปล่าและการรับรู้วิญญาณ
พลังลึกลับนี้ห่อหุ้มตัวเสี่ยวม่านเอาไว้ ไม่ใช่แค่เจี้ยนเฉินไม่อาจจะแตะต้องนางได้ แต่เขายังต้องใจหล่นวูบตอนที่สัมผัสกับพลังลึกลับนั้น
พลังลึกลับนี้เหมือนจะไร้ขอบเขตและทรงพลังในระดับที่คาดไม่ถึง มันรุนแรงจนทำให้ในใจเขาเกิดความกลัวขึ้นมา
ตาของเจี้ยนเฉินหรี่ลง เขามองไปยังเสี่ยวม่านที่หน้าซีดเซียวซึ่งนอนอยู่บนพื้นพร้อมกับสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนไป
ไคยะเองก็มองไปยังเสี่ยวม่าน สายตาของนางสั่นไหวเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น “เด็กนี่ถูกปกป้องโดยโลกนี้ ตราบใดที่นางอยู่ในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูน นางก็จะได้รับการปกป้องจากโลก นอกซะจากว่ามีพลังที่เหนือกว่าพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูน บางทีคงจะไม่มีใครทำอะไรนางได้”
เจี้ยนเฉินแปลกใจและพูดขึ้นว่า “เป็นไปได้ยังไงกัน ? หากนางได้รับการปกป้องโดยโลกนี้จริง นางได้รับบาดเจ็บได้ยังไงกัน ? ”
จื่อหยุนเองก็ยากจะเชื่อเรื่อ