ินและไคยะเหมือนจะไม่ใช่คนพวกนั้น ดังนั้นพวกเหล่าราชาเทพจึงตัดความเป็นไปได้นี้ทิ้งไป
จื่อหยุนแสดงท่าทีแปลกใจออกมาและมองไปที่เจี้ยนเฉินอย่างตกตะลึง แต่นางก็สีหน้าหม่นลงทันทีและบอกกับราชาเทพรอบตัวนาง “ข้ายกมรดกของข้าให้กับพวกเจ้าได้และข้าจะยอมไปกับเจ้า ข้ามีแค่เงื่อนไขเดียวคือเจ้าจะไม่แตะต้องน้องสาวข้าแม้แต่เส้นผม” หลังจากนั้นนางก็มองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยสายตาอ้อนวอน “ผู้มีพระคุณ ข้า จื่อหยุน ขอร้องท่านให้ออกจากที่นี่ไปพร้อมกับน้องสาวของข้า หากข้ารอดไปได้ ข้าจะตอบแทนท่านทุกอย่าง”
“ฮึ่ม” ราชาเทพคนหนึ่งแค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชาหลังจากได้ยินที่จื่อหยุนพูด “เราออกไปพร้อมกับน้องสาวเจ้าได้ แต่เจ้าอย่าคิดว่าสองคนนี่จะออกไปพร้อมกับน้องสาวของเจ้า เพราะพวกนี้ไม่มีโอกาสอีกต่อไปแล้ว” เมื่อพูดจบราชาเทพทั้งสี่ก็ได้ลงมือโจมตี พวกนั้นกวัดแกว่งกระบี่ของตนพร้อมกับปราณกระบี่ที่พุ่งเข้าใส่เจี้ยนเฉินและไคยะ
พวกนั้นได้ตกลงกันแล้วว่าจะไม่ปล่อยเจี้ยนเฉินและไคยะไป ไม่งั้นแล้วหากทั้งสองกระจายข่าวนี้ออกไป มันคงสร้างปัญหาให้กับพวกนั้น สุดท้ายพวกนั้นอาจจะเสียมรดกของขั้นบรรพกาลที่ได้มา
จื่อหยุนหลับตาเมื่อเห็นการโจมตีของราชาเทพทั้งสี่ ตอนแรกนางหวังว่าเสี่ยวม่านจะรอดไปได้กับการที่เจี้ยนเฉินปรากฏตัว นางหวังว่าเขาจะหนีไปพร้อมกับเสี่ยวม่านได้ ยังไงซะนางก็เชื่อใจเจี้ยนเฉินมากกว่าราชาเทพพวกนี้
แต่เมื่อราชาเทพช่วงปลายทั