เถิด ค่อยคุยกัน”
สายตาของเถาซื่อจ้องมองอวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ไม่วางตา ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจ และไม่อยากจะดื่มน้ำขึ้นมา “ท่านย่า ข้าดื่มน้ำก่อนมาแล้ว ตอนนี้ยังไม่กระหายน้ำเจ้าค่ะ”
“ฮึ ข้าว่าเจ้าอยู่บ้านเจ้ารองจนเคยชินกับการกินหรูอยู่สบายแล้ว ไม่เห็นของของยายแก่เช่นข้าอยู่ในสายตาแล้วกระมัง หรือว่ารังเกียจว่าข้าสกปรก!”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์รีบโบกมือปฏิเสธ “ท่านย่า มิได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้…”
“ไม่ต้องพูดมากความ หากไม่รังเกียจก็ดื่มสักคำ”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องยกถ้วยขึ้นมาจิบเพียงเล็กน้อย
“ยังกล้าบอกอีกว่าไม่รังเกียจ แม้แต่ริมฝีปากยังไม่เปียกเลย”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์จึงจำใจต้องดื่มเข้าไปอีกอึกใหญ่ พอเห็นนางดื่มน้ำเข้าไปแล้ว เถาซื่อก็เผยรอยยิ้มออกมา
“ข้าไปเข้าห้องน้ำก่อน เจ้าช่วยข้าจับชายเสื้อตัวนี้พับขึ้นหน่อย เจ้าไม่ต้องห่วง ย่าไม่ทำให้เจ้าเสียเวลาหรอก ไว้ย่ากลับมาแล้วเจ้าก็ไปได้เลย” กล่าวจบเถาซื่อไม่รอให้อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์ตอบตกลง นางก็ลงจากเตียงอุ่นแล้วเดินออกไป ตอนที่เดินผ่านประตูก็ปิดประตูไว้
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่นางคิดเท่าไหร่ก็ไม่อาจจับต้นชนปลายได้ นางได้แต่หยิบเสื้อผ้าของเถาซื่อขึ้นมา แล้วพับชายเสื