ตราบใดที่องค์ชายห้ายังมีชีวิตอยู่ เขาจะไม่เลือกอยู่ข้างเจี้ยนเฉิน
“ข้าแค่ต้องออกจากที่นี่และหาที่ซ่อนตัว ข้าไม่อาจจะให้องค์ชายห้ารู้ได้ว่าข้าหักหลังเขา ไม่เช่นนั้นเมื่อเขาออกจากที่นี่ไปได้ ตระกูลของข้าคงจบสิ้น” เฮยหยาพูดด้วยสีหน้าหม่นหมอง
“เจ้าอยู่ในภูเขาแห่งนี้ได้ ที่นี่ปลอดภัย ไม่มีใครทำอะไรเจ้าได้ หากองค์ชายห้ามาที่นี่ แม้ว่าเขาจะมีพวกอยู่ในบัลลังก์ราฃาเทพคอยปกป้อง แต่พวกนั้นนั่นแหละที่จะตาย” เฉินหลงพูดขึ้น
เฮยหยามองไปที่เฉินหลงและอดไม่ได้ที่จะคิดถึงกล้วยไม้ของไป่เฮอที่ระเบิดโดยไม่มีเหตุผล เขาได้ถามออกมาด้วยความกลัว “เจ้าใช้ลูกไม้อะไรหรือตอนที่ข้าพยายามจะหนีก่อนหน้านี้ ? ”
เฉินหลงพยักหน้า
“ก็ได้ ข้าจะอยู่ในภูเขาแห่งนี้ไปก่อน” เฮยหยาตกลงทันทีด้วยท่าทีตรงไปตรงมา
หลังจากนั้นเฮยหยาก็หาถ้ำอยู่ใกล้ ๆ เพื่อพำนักอยู่ เจี้ยนเฉินมองไปที่เฉินหลงและถามขึ้นมา “ดูเหมือนว่าเจ้าเองก็พบกับโชค เจ้าทำให้ข้าแปลกใจตอนที่เจ้าทำลายกล้วยไม้นั่น และข้าก็ไม่รู้เลยว่าเจ้าหยุดเฮยหยาไว้ได้อย่างไร”
เฉินหลงถอนหายใจออกมา “ข้าเจอโชคเข้าจริง ๆ เจี้ยนเฉิน ถ้าข้าบอกว่าข้าฆ่าพวกขั้นอสงไขยได้อย่างง่ายดายที่นี่ เจ้าจะเชื่อข้ารึไม่ ? ”
ตาของเจี้ยนเฉินเป็นประกายและมองไปที่เฉินหลง เขามองดูเฉินหลง อยู่สักพัก หลังจากนั้นเขาก็พูดขึ้น “ข้าเชื่อเจ้า แต่เจ้าได้พลังนี้มาได้ยังไงกัน ? ”
“ข้าสามารถควบคุมค่ายกลของจอมปราชญ์สู