ข่าวการฟื้นของอวิ๋นฉี่ซานสร้างความยินดีให้กับบ้านใหญ่และบ้านสามเป็นอย่างยิ่ง เมื่ออวิ๋นฉี่ซานฟื้นแล้วดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรมาก พวกเด็กๆ จึงคิดที่จะตั้งร้านขายเม่าไช่ต่อ
อวิ๋นเจียวสอบถามเรื่องการค้าขาย พอรู้ว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่า จนจ้าวซื่อกับเฉาซื่อก็ไปช่วยขายด้วย จึงเสนอว่าควรจะเปิดเป็นร้านได้แล้ว
“การตั้งร้านขายข้างทางแบบนี้ไม่ยั่งยืนหรอกเจ้าค่ะ แถมยังขายได้ไม่มาก อีกอย่างจะให้ลูกค้ามายืนกินกันแบบนี้ทุกวันก็ไม่เข้าท่านัก ข้าคิดว่า พวกเราน่าจะเปิดร้านขายเม่าไช่กันไปเลย เช่าร้านในตำบลสักหลังหนึ่ง แบบที่เป็นสองชั้น หรือร้านที่มีลานเล็กๆ ก็ได้”
“แบบนี้แล้ว อย่างแรกเลยคือบรรยากาศจะได้ดีขึ้น แน่นอนว่าลูกค้าก็ต้องมากขึ้น อย่างที่สองคือพอเรามีร้านเป็นหลักเป็นแหล่งแล้ว ก็สามารถขายอาหารได้หลากหลายมากขึ้น อย่างเช่น ขนมแป้งทอดของป้าสะใภ้ใหญ่ อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าขายได้แน่นอน”
คำพูดของอวิ๋นเจียวกระตุ้นความสนใจของเด็กๆ ขึ้นมาทันที ไม่ว่าจะเป็นฉี่เสียง ฉี่ชิ่ง อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์และอวิ๋นหลานเอ๋อร์ พวกเขาตอนนี้ต่างก็ไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว
การตั้งร้านขายเม่าไช่ในช่วงเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วันนี้ทำให้โลกทัศน์ของพวกเขากว้างไกลขึ้น ที่สำคัญคือ ร้านเม่าไช่ขายดีมาก ท