ำให้พวกเขามีกำลังใจ
เพียงแต่ตอนนี้มีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นก็คือเรื่องค่าเช่า ตอนนี้พวกเขายังไม่มีเงินมากขนาดนั้น
อวิ๋นฉี่เยว่เอ่ยขึ้น “ค่าเช่าร้านในตำบลไม่น่าจะแพงมากนัก ร้านสองคูหาพร้อมลานเล็กๆ หากอยู่ในทำเลที่ดีหน่อยก็น่าจะประมาณสิบตำลึงเงินต่อปี”
ในตำบล ราคาบ้านหลังเล็กๆ ก็แค่ไม่กี่สิบตำลึงเงิน ร้านค้าที่มีลานด้วยราคาจะแพงกว่าหน่อย ประมาณร้อยถึงสองร้อยตำลึงเงิน
อวิ๋นเจียวพูดติดตลกว่า “เช่นนั้นเรื่องร้านค้าก็ฝากพี่ใหญ่จัดการเลยนะเจ้าคะ พวกเรายังเด็ก เงินค่าเช่าปีแรกพี่ใหญ่ช่วยออกไปก่อนสิเจ้าคะ!”
อวิ๋นฉี่เยว่รับปากทันที “อืม เงินค่าเช่าสิบตำลึงเงินปีแรก พี่ใหญ่ออกให้ก็ได้ แต่พวกเจ้าต้องช่วยกันหาร้านเองนะ!”
อวิ๋นเหลียนเอ๋อร์รีบพูดขึ้น “ไม่ได้ จะใช้เงินของฉี่เยว่ได้อย่างไร?”
อวิ๋นฉี่เสียงก็รีบพูดขึ้น “ใช่ๆ จะใช้เงินของฉี่เยว่ไม่ได้ มิเช่นนั้นก็ให้ฉี่เยว่ร่วมหุ้นด้วยแล้วกัน”
อวิ๋นเจียวเอ่ยขึ้น “พี่ใหญ่ของข้ากำลังเตรียมตัวสอบเคอจวี่ คงไม่สนใจเงินน้อยนิดของพวกเราหรอก เอาอย่างนี้ดีไหมเจ้าคะ พวกเรานำเงินสิบตำลึงเงินนี้ไปก่อน พอได้กำไรแล้วค่อยคืนพี่ใหญ่!”
พี่น้องบ้านนี้ไม่มีใครโลภมาก อวิ๋นเจียวดีใจมากที่ได้รู้จักกับพวกเขา
ทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของนาง จากนั้