อวิ๋นโส่วจงแค่นเสียงเย็นชา “ชื่อเสียงหรือ? อวิ๋นเหมยเอ๋อร์นางยังมีชื่อเสียงอันใดหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านไหวซู่อีกเล่า? นางไม่ได้ตั้งใจอย่างนั้นหรือ ไปแย่งเอาจี้คล้องวิญญาณของคนบ้าก็ไม่ได้ตั้งใจอีกหรือ?”
ได้ยินดังนั้น แววตาผู้เฒ่าอวิ๋นก็ริบหรี่ “เจ้ารอง เจ้าพูดอะไร ข้าฟังไม่เข้าใจ เหมยเอ๋อร์จะไปแย่งของผู้อื่นได้อย่างไร จี้คล้องอะไรกัน?”
อวิ๋นโส่วจงกล่าว “เรื่องนี้ลูกเขยของท่านเป็นคนพูดเอง ตอนนั้นก็ยังมีชาวบ้านได้ยินกันมากมาย ทำไมเล่า ท่านพ่อจะให้ข้าไปตามตัวพวกเขามาซักถามต่อหน้าลูกเขยของท่านหรือ?”
เถาซื่อได้ยินดังนั้นก็โวยวายลั่นทันที “เป็นไปไม่ได้ เจียงต้าไห่ไม่พูดเรื่องนี้ออกมาแน่! อีกอย่างที่เจ้าว่าเหมยเอ๋อร์แย่งของของคนบ้า มีใครเห็นหรือ? ห๊ะ มีใครหน้าไหนมันเห็นหรือไง? หากไม่เห็นก็อย่าพูดจาเหลวไหล ระวังให้ดีจะคลอดลูกชายไม่มีรูก้น ตาเป็นหนอง เท้าเป็นแผล หัวเป็นฝี!”
คนบ้านใหญ่กับบ้านสามแอบฟังมาบอกพวกบ้านรองชัดๆ เจ้ารองก็เจ้าเล่ห์นัก กล้าพูดต่อหน้าทุกคนว่าเป็นเจียงต้าไห่เป็นคนบอก
สีหน้าเจียงต้าไห่เปลี่ยนไปมา ประเดี๋ยวหน้าเขียวประเดี๋ยวหน้าแดง คิดในใจว่าจะกลบเกลื่อนเรื่องนี้อย่างไรดี ทว่าอวิ๋นโส่วจงไม่คิดจะให้โอกาสเขา
อวิ๋นโส่วจงกล่าวตรงๆ “พวกท่านไม่ยอมรับก็ตามใ