หรับเจี้ยนเฉิน เขาโคจรร่างบรรพกาลทุก ๆ วินาทีเพื่อปลดปล่อยการป้องกันของร่างบรรพกาล
อย่างไรก็ตามถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นเจี้ยนเฉินก็ยังคงเห็นดาวระยิบระยับหลังจากกระแทก เขารู้สึกเหมือนโลกหมุนรอบตัวเขา
การกระแทกนั้นแรงอย่างมาก ทำให้ยานอวกาศหยุดลงกะทันหัน ความเร็วของมันนั้นเร็วมากทำให้แรงเฉื่อยของมันมีมากจนเกินจินตนาการ สิ่งของทั้งหลายต่างเทไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วราวกับดาวหาง
ดาดฟ้ายานเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอย่างหนัก หลายคนตายทันทีพร้อมกับร่างกายที่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ เลือดได้ย้อมให้ทุกอย่างเป็นสีแดง
เจี้ยนเฉินฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่อยู่ที่เดิมอีกครั้งและพบว่าไคยะและปรมาจารย์เฉินหลงสบายดี พวกเขาพอจะขยับตัวได้เล็กน้อยอย่างไม่อาจช่วยได้ แต่เขาก็รู้สึกโล่งใจ เขามองไปรอบ ๆ และพบว่าราชาเทพบางคนก็คลานอยู่กับพื้นและด้วยท่าทางย่ำแย่ไปตาม ๆ กัน ขั้นเหนือเทพหลายคนก็มีท่าทางประหลาดแตกต่างกัน
ชิเซียงมีวัตถุเซียนคุณภาพสูงสุดในการป้องกัน เขาจึงสบายดี
จื่อหยุนก็ไม่ได้บาดเจ็บเช่นกัน นางกอดน้องสาวของนางทันทีในขณะที่ถูกกระแทกกระทันหัน ดังนั้นเสี่ยวม่านจึงไม่ได้บาดเจ็บใด ๆ เช่นกัน นางเพียงแต่หมดสติจากแรงกระแทก
“เกิดอะไรขึ้น ? ”
“เกิดอะไรขึ้น ? มีบางอย่างเกิดขึ้นกับยานอวกาศ ? ”
ความวุ่นวายจากผู้โดยสารเริ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาคนสามคนที่ทรงพลังที่น่ากลัวก็ออกมาจากยานรบอวกาศ พวกเขาทะลุผ่านม่านพลังป้อง