“ท่านพ่อ บ่ายนี้ข้าจะไปเชิญหัวหน้าตระกูลและผู้ใหญ่บ้านไปที่บ้านหลังเก่าเองขอรับ” อวิ๋นโส่วจงกล่าวเสริม เรื่องนี้ไม่มีทางให้เจรจากันอีกแล้ว
ภายใต้สายตาที่เย็นชาของคนในครอบครัวนี้ที่จ้องมองมา ผู้เฒ่าอวิ๋นรู้สึกสิ้นหวังโดยสิ้นเชิง เขาเดินออกไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง แผ่นหลังดูโดดเดี่ยวเดียวดายอย่างยิ่ง
ฟางซื่อมองอวิ๋นฉี่เยว่ที่รีบร้อนกลับมาด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยความสงสาร “ไปล้างหน้าล้างตาแล้วไปนอนพักที่ห้องของแม่เถิด”
เนื่องจากต้องดูแลอวิ๋นฉี่ซานที่กำลังบาดเจ็บ ห้องของพี่น้องสองคนจึงมีคนเดินเข้าออกเป็นประจำ ฟางซื่อกลัวว่าจะทำให้อวิ๋นฉี่เยว่นอนหลับไม่สนิทจึงให้เขาไปนอนที่ห้องของตน
อวิ๋นฉี่เยว่รับคำอย่างว่าง่าย “ขอรับ ข้าจะไปนอนที่ห้องท่านพ่อท่านแม่”
เขามีธุระต้องจัดการระหว่างทาง มิเช่นนั้นคงกลับมาเร็วกว่าอวิ๋นโส่วจงและคนอื่นๆ
ตอนเที่ยงขณะกินข้าว สองพี่น้องอวิ๋นเจียวกับอวิ๋นฉี่เยว่ยังไม่ตื่น ฟางซื่อสงสารลูกทั้งสองคนจึงไม่ได้ให้ใครไปปลุกพวกเขา เพียงแต่สั่งให้ชุนเหมยอุ่นอาหารไว้ให้เด็กทั้งสองคน
ตกบ่ายฉู่อี้ก็ส่งคนนำของบำรุงร่างกายมากองโต คนที่นำของขวัญมายังถามฟางซื่อถึงอาการของอวิ๋นฉี่ซานอย่างละเอียดก่อนจะจากไป
อวิ๋นเจียวเหนื่อยมากแต่นางยังคงเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของอวิ๋นฉี