หลืออยู่ ดังนั้นข้าจึงอยู่ต่อ”
“เมื่อมีอาคมปกป้องตระกูลเทียนหยวนเอาไว้ มันก็ไม่จำเป็นที่ข้าต้องอยู่ต่อ ได้เวลาที่ข้าจะไปแล้ว”
เจี้ยนเฉินเงียบไป ตั้งแต่ที่เขามายังโลกเซียน เขาก็อยู่กับเฉินเจี้ยนมาโดยตลอด พวกเขาอยู่ด้วยกันตั้งแต่อยู่ขั้นศักดิ์สิทธิ์จนตอนนี้เป็นขั้นเหนือเทพที่ปกครองทั้งแคว้น เมื่ออยู่ ๆ เฉินเจี้ยนจะกลับออกไป เจี้ยนเฉินก็รู้สึกไม่เต็มใจขึ้นมา
สิ่งที่พวกเขาผ่านกันมาตลอดหลายปีมานี้ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งระหว่างทั้งสองคน พวกเขาเหมือนกับพี่น้องกัน เมื่อพวกเขาแยกกัน แน่นอนว่ามันคงนานกว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง พวกเขาไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง พวกเขาไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกหรือไม่ในโลกเซียนที่เต็มไปด้วยอันตราย
“เจ้าคิดจะไปตอนไหนกัน ? ” เจี้ยนเฉินถามด้วยความหนักใจ
“ข้าคิดจะไปหลังจากจบสงครามนี้” เฉินเจี้ยนมองไปยังท้องฟ้าและพูดขึ้นมา
ในเสี้ยวพริบตาเวลาสงบสุขกว่าครึ่งเดือนก็หมดลง
เช้าวันต่อมา นางฟ้าเฮายู่ได้เรียกเจี้ยนเฉินเข้ามาหา นางได้ตัดบททันทีที่เห็นเจี้ยนเฉิน “ข้าคิดจะไปยังสาขาลัทธิปิศาจชั้นฟ้าบนที่ราบเมฆา เจ้าจะไปด้วยรึไม่ ? ”
เจี้ยนเฉินแปลกใจเมื่อได้ยินแบบนั้น “สำนักงานของลัทธิปิศาจชั้นฟ้าบนที่ราบเมฆา โดยพื้นฐานแล้วมันเป็นรังของสัตว์อสูร มันอันตรายอย่างมาก เจ้าจะไปที่นั่นทำไมกัน ? ”
“มันก็แค่สาขา แม้ว่าจะเป็นรังของสัตว์อสูรแต่ก็มีแต่พวกขอบเขตตั้งต้น” เฮายู่พูดต่อ “ล