วกเขาต่างก็อยู่ขอบเขตตั้งต้น แต่ความแตกต่างระหว่างขั้นอสงไขยและขั้นบรรพกาลนั้นมากเกินไป มันราวกับฟ้ากับเหว
“ฮ่าฮ่า…” จักรพรรดิซีหัวเราะออกมา เขาหัวเราะออกมาดูบ้าคลั่ง “ทำให้ข้ากลับมาอย่างยากลำบาก เจ้าทำเช่นนั้นจริง…ผู้พิทักษ์จักรพรรดิ หากเจ้าไม่คอยบงการและคิดทำร้ายข้า เรื่องมันจะพัฒนาขึ้นมาจนถึงวันนี้ได้ยังไง ? ”
“ถ้าเจ้าไม่คอยบงการ ทำไมข้า ซีไซหยุน จะบ้าคลั่งและฆ่าคนไปมากมายเช่นนี้ด้วย ? ผู้พิทักษ์จักรพรรดิ เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเกลียดใครมากที่สุด ? ไม่ใช่คนที่คอยไล่ล่าข้า แต่เป็นคนที่คอยบงการ พวกนั้นสมควรตาย”
ตอนที่เขาพูดประโยคสุดท้าย น้ำเสียงของเขาฟังดูเย็นชาอย่างมาก เขากัดฟันพูดออกมา เขาไม่ได้ยับยั้งความโกรธที่มีในใจและฟาดฝ่ามือเข้าใส่ผู้พิทักษ์จักรพรรดิ
นี่คือการโจมตีจากจักรพรรดิซี มันมีพลังขั้นบรรพกาล ด้วยการโจมตีนี้โลกเข้าสู่ความเงียบ พลังงานดั้งเดิมนั้นหยุดไหล, กฎในโลกโดนรบกวน และแม้แต่มิติก็ยังสั่นไหวอย่างรุนแรงจนแทบจะพังลง
การโจมตีนี้เพียงพอที่จะทำลายโลกได้ ถ้าไม่ใช่เพราะจักพรรดิซีจงใจยั้งมือเอาไว้ ไม่เช่นนั้นพลังอันน่ากลัวคงเพียงพอที่จะทำลายทั้งภาคก่อนที่การโจมตีนี้จะปะทะกับอีกฝ่ายได้
ชัดแล้วว่าผู้พิทักษ์จักรพรรดิไม่ได้รอความตายอยู่เฉย ๆ เขาตะโกนออกมาพร้อมวัตถุเทพที่ปรากฏขึ้นตามร่างกาย มันแผ่พลังอันน่ากลัวออกมา ในเวลาเดียวกันก็มีพู่กันสีม่วงและทองปรากฎขึ้นมาในมือของเขา พ