าพวกนั้นทิ้ง แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ซ่อนตัวเองได้อย่างดี
“ซีไซหยุน มันทำให้เจ้าชั่วร้ายและไร้ปราณีเช่นนี้เลยรึ ? ” ผู้พิทักษ์จักรพรรดิถามขึ้นมา เขาไม่คิดจะยอมรับสถานการณ์ในตอนนี้ ไม่ว่าเขาจะพยายามแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจจะปะติดปะต่อซีไซหยุนตรงหน้าเขากับองค์ชายคนเดิมที่ไม่ต้องการชื่อเสียงได้เลย
“ในเมื่อเจ้าไม่พูด ข้าคงต้องแสดงให้เจ้าเห็นความโหดร้าย ข้ามีทางที่ทำให้เจ้าพูดเมื่อข้ากลับไปที่วัง” สายตาของ จักรพรรดิซีส่องประกายชั่วร้ายออกมา เขามัดผู้พิทักษ์จักรพรรดิเอาไว้และอุ้มอีกฝ่ายขึ้นก่อนจะหายตัวไปจากภาคนั้น
“นี่คือขั้นบรรพกาลหรือ ? พวกเขาน่ากลัวกันจริง ๆ ” เจี้ยนเฉินยังไม่ได้สติหลังจากที่จักรพรรดิซีกลับออกไป เขามองไปยังจุดที่จักรพรรดิซีเคยยืนอยู่ด้วยความสับสน
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้อยู่ใกล้กับพวกขั้นบรรพกาล เขาจึงตะลึงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ในอดีต
ไม่ใช่แค่เขาพบว่าเขาไม่อาจจะหายใจได้ตอนที่จักรพรรดิซีโจมตีออกมา แต่ใจเขาก็ยังหยุดเต้นไปด้วย ร่างกายของเขาแข็งทื่อไม่อาจจะกระดิกได้เลยแม้แต่น้อย
มันราวกับมีแรงที่มองไม่เห็นยับยั้งร่างกายเขาเอาไว้
ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิซีนั้นน่ากลัวเกินไป แม้ว่าไม่ได้เล็งมาที่เจี้ยนเฉิน แต่เขาก็เข้าใจได้ว่าตัวเองนั้นกระจอกเพียงใด
“ข้าไม่คิดว่าจักรพรรดิซีจะกำจัดผู้พิทักษ์จักรพรรดิในครั้งนี้ เฮ้อ ผู้พิทักษ์จักรพรรดิเป็นคนสำคัญต่อจักรวรรดิซี ข้าสงสัยว่าจักรพรรดิ