งหล่นจะทำตามที่เขาบอก ยิ่งกว่านั้นเขาไม่ได้ผูกมิตรกับเผ่าเทพที่ร่วงหล่นเอาไว้ในอดีต”
ตาของเจี้ยนเฉินสั่นไหวเมื่อได้ยินคำพูดของผู้พิทักษ์ เขาคิดกับตัวเอง “จักรพรรดิซีคิดจะกำจัดผู้พิทักษ์จักรพรรดิในครั้งนี้รึ ? ถ้าเป็นแบบนั้น เขาคงบ้าคลั่งจนแม้แต่คิดจะฆ่าผู้พิทักษ์จักรพรรดิ”
“มีความลับอะไรที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ มันเพียงพอที่จะทำให้จักพรรดิซีถึงกับต้องกำจัดพวกขอบเขตตั้งต้นของตัวเองเลยรึ ? ”
ผู้พิทักษ์จักรพรรดิเริ่มพูดขึ้นมาอีกครั้ง เขาบอกว่าต้องการอยู่ในเผ่าเทพที่ร่วงหล่นอีก 2-3 วันเพื่อจะได้พูดคุยกับผู้อาวุโสที่เขารู้จัก
“ผู้พิทักษ์จักรพรรดิ ผู้อาวุโสต่างก็เก็บตัวกันอยู่ ยิ่งกว่านั้นข้าก็ได้รับคำสั่งมาจากผู้อาวุโสสูงสุดว่าเผ่าของเราตอนนี้กำลังจัดระบบกันใหม่อยู่ ดังนั้นเราจึงไม่อาจจะรับแขกได้” หัวหน้าเผ่าพูดออกมาด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน แม้ว่าเขาจะพูดมันด้วยท่าทีอึดอัดใจแต่เขาก็ยังบอกว่าผู้พิทักษ์จักรพรรดิควรจะกลับไปเสีย
สีหน้าของผู้พิทักษ์จักรพรรดิหม่นลง เขารู้สึกได้ว่าเผ่าเทพที่ร่วงหล่นนั้นดูเหมือนจะเร่งรีบ
เขาไม่ได้ยืนกรานว่าจะอยู่ต่อหลังจากที่อีกฝ่ายบอกให้เขากลับไป
“ไปกันเถอะ”
เมื่อเห็นว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายของเผ่าเทพที่ร่วงหล่นไม่อาจจะใช้ได้ นางฟ้าเฮายู่เองก็หมดหนทางจนต้องกลับไปพร้อมกับเจี้ยนเฉินและเทียนซวง
หลังจากที่ออกจากเผ่าเทพที่ร่วงหล่นมา ทั้งสามคนก็ปรากฏตัวขึ้นที่สันเขาอ