้นางเข้ามา” เสียงของฉู่อี้ดังเล็ดลอดออกมา สาวใช้คนนั้นเบิกตากว้าง ดวงตาฉายแววแห่งความหวังในทันที
นางรีบลุกขึ้นวิ่งผ่านจางหลิงเข้าไปในห้องโถง “ขอท่านโหวเมตตา! ขอท่านโหวเมตตาให้บ่าวอยู่รับใช้ด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”
ศีรษะของนางแทบจะแนบชิดกับพื้นห้องพลางร้องขออย่างน่าสงสาร เมื่อนางเงยหน้ามองฉู่อี้ ใบหน้าหวานซึ้งชุ่มไปด้วยน้ำตาราวดอกสาลี่ต้องหยาดฝนแลดูอ่อนแอ ชวนให้คนรู้สึกสงสารอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นดังนั้นคิ้วของฉู่อี้พลันขมวดเป็นปม คนตระกูลอวิ๋นไม่มีใครเอ่ยปาก เห็นได้ชัดว่าสาวใช้ผู้นี้มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงต่อฉู่อี้
ฉู่อี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าเป็นเพียงทาสที่ถูกขายมา หากไม่ยอมกลับจวนก็เท่ากับเป็นทาสหลบหนี”
เมื่อได้ยินดังนั้นสาวใช้คนนั้นจึงคุกเข่าเข้าไปใกล้อีกสองก้าว พยายามจะเข้าไปกอดขาของฉู่อี้ ทันใดนั้น สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างกายฉู่อี้ก็จับแขนของนางไว้คนละข้าง ขวางนางเอาไว้
“ท่านโหว ขอร้องล่ะเจ้าค่ะ หากบ่าวกลับไปต้องตายแน่ๆ เพียงท่านโหวส่งคนไปที่จวนผู้ตรวจการเผยสักคน พวกเขาต้องยอมมอบสัญญาขายตัวของบ่าวให้ท่านโหวแน่ๆ”
นี่เป็นโอกาสเดียวของนางที่จะได้เกาะเจิ้นหย่วนโหวไว้ ต่อหน้าแขกมากมายเช่นนี้ คิดว่าเจิ้นหย่วนโหวคงไม่กล้าปฏิเสธ
นางไม่อยากกลับไปรับใช้เผยหมิ่นอีกแล้ว เผยหมิ่นเป็นคนที่