อวิ๋นเจียวเบะปากบ่นพึมพำ “อย่าบอกนะว่าโรงหลอมเหล็กอันหลิงก็เป็นของท่านด้วย”
ฉู่อี้รู้สึกเขินอายขึ้นมาอีก “แค่กๆ… เอ่อ… ทั้งโรงผลิตเครื่องเคลือบจิงผิงและโรงหลอมเหล็กอันหลิงล้วนเป็นสมบัติที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ข้า แม้แต่ท่านพ่อยังไม่รู้เลย คนภายนอกก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
เอาล่ะ อวิ๋นเจียวยอมแพ้โดยสิ้นเชิง ที่แท้เด็กหนุ่มผู้นี้นอกจากจะเป็นถึงท่านโหวแล้วยังเป็นถึงทายาทเศรษฐีอีกด้วย
อวิ๋นเจียวเอ่ยถาม “แล้วท่านอาจารย์ตั่งกับท่านอาจารย์หม่ารู้เรื่องนี้หรือไม่เจ้าคะ?”
ฉู่อี้ตอบ “ไม่รู้หรอก แต่โรงผลิตเครื่องเคลือบจิงผิงและโรงหลอมเหล็กอันหลิงล้วนเป็นโรงงานที่ดีที่สุดในแคว้นต้าเยี่ย อาจารย์ทั้งสองแนะนำให้พวกเจ้าก็สมเหตุสมผลแล้ว”
อวิ๋นเจียว: …ยังจะพูดชมตัวเองอีก
“เจียวเอ๋อร์ พรุ่งนี้ค่อยไปโรงผลิตเครื่องเคลือบจิงผิงก็ได้ วันนี้พักผ่อนก่อนสักวันเถิด” เมื่อเห็นท่าทีของอวิ๋นเจียวที่ดูเหมือนจะเริ่มถกเถียงกับฉู่อี้ ฟางซื่อจึงรีบเอ่ยขัดขึ้น
แต่ในใจนางก็อดคิดไม่ได้ ก่อนหน้านี้นางยังคิดจะตีตัวออกหากจากฉู่อี้อยู่เลย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่าครอบครัวของนางมีความเกี่ยวข้องกับฉู่อี้อย่างเลี่ยงไม่ได้
ช่างเถอะ หากเป็นโชคก็ย่อมไม่เป็นภัย หากเป็นภัยก็หนีไม่พ้น นางกับสามีทำได้เพียงแค่ระมัดระวังตัวให้มา