มาด้วยความสบายใจ
“เจ้าลุกขึ้นเถิด ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกตัวเองว่าบ่าวแล้ว เรียกชื่อตัวเองก็พอ” ถึงอย่างไรนางก็เป็นคนที่ฉู่อี้มอบให้ การให้เกียรตินาง ก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติฉู่อี้ไปด้วย
“เจ้าค่ะ คุณหนู โม่ซ่านขอให้คุณหนูประทานชื่อใหม่เจ้าค่ะ!” สาวใช้ในยุคนี้ไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อเดิมของตนเอง ทุกครั้งที่เปลี่ยนเจ้านายก็ต้องเปลี่ยนชื่อใหม่
“ไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว โม่ซ่านเป็นชื่อที่เพราะอยู่แล้ว”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ คุณหนู!”
“เจ้ามีครอบครัวหรือไม่? เชี่ยวชาญด้านใดบ้าง?” ต่อไปนางต้องใช้งานสาวใช้ผู้นี้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องรู้จักนางให้มากขึ้น
“เรียนคุณหนู โม่ซ่านเป็นเด็กกำพร้า ถูกท่านอาจารย์ช่วยชีวิตไว้ ต่อมาท่านอาจารย์ก็มอบตัวบ่าวให้ท่านโหว ตอนที่อยู่กับท่านอาจารย์ ชีวิตของโม่ซ่านเป็นของท่านอาจารย์ พอติดตามท่านโหว ชีวิตของโม่ซ่านก็เป็นของท่านโหว ตอนนี้ติดตามคุณหนู ชีวิตของโม่ซ่านก็เป็นของคุณหนูเจ้าค่ะ โม่ซ่านร่ำเรียนวิทยายุทธ์และอาวุธลับมาบ้าง แต่ทำอาหารไม่เป็นเจ้าค่ะ”
จริงๆ แล้วไม่ใช่ว่าทำไม่เป็น เพียงแต่นางทุ่มเทให้กับการฝึกฝนวิทยายุทธ์มาโดยตลอด จึงไม่มีเวลาฝึกฝนด้านการทำอาหาร อาหารที่นางทำจึงทำได้แค่อุ่นให้สุกและกินได้เท่านั้น
บังเอิญจริงๆ นางกำลังอยากได้สาวใช้ที่เก่งกาจด้านวิทยา