อวิ๋นโส่วจงมีวิชาการดูคนอยู่บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลายปีมานี้เขาใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง รู้ดีว่าในสถานการณ์ใดและคนประเภทใดที่พอจะไว้ใจได้ ในใจเขามีตราชั่งคอยวัดอยู่เสมอ
ยิ่งไปกว่านั้นในสถานการณ์เช่นนี้เขาไม่อาจปฏิเสธได้ ทำได้แค่ลองเสี่ยงดูสักครั้ง อวิ๋นโส่วจงเดินลึกเข้าไปในป่าไม่นานก็ได้ยินเสียงใบไม้แห้งกรอบแกรบ มีคนกำลังดิ้นรนอยู่
เขารีบเร่งฝีเท้า พอเข้าไปใกล้ก็เห็นอู๋อวี่ถูกมัด ดวงตาถูกปิดด้วยผ้าสีดำ ในปากยัดด้วยฟางและใช้เชือกมัดปากของเขาเอาไว้
เขาชักกริชออกมาจากรองเท้า ก่อนจะใช้มันตัดผ้าสีดำที่ปิดตาของอู๋อวี่ออก จากนั้นจึงตัดเชือกที่มัดปากเขาออก อู๋อวี่กะพริบตาเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่าง จากนั้นก็รีบพ่นเศษฟางที่ถูกยัดอยู่ในปากออกมา
“ไว้ชีวิตข้าด้วย… ข้ามีเงิน… อย่าได้…” คำว่า ‘ฆ่าข้า’ ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา อู๋อวี่ก็เห็นใบหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้าชัดเจน
ใบหน้าเย็นชาของอวิ๋นโส่วจงปรากฏขึ้นในสายตาของเขา ดวงตาของเขาหรี่ลง หลังจากนั้นความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความไม่เกรงกลัวใดๆ
“ไฉจง เจ้าคิดว่าจับข้าได้แล้วทุกอย่างจะจบลงหรือ? ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้ ข้าส่งข่าวออกไปแล้ว ทางที่ดีเจ้าปล่อยข้าเสีย ข้ายังพอจะช่วยเจ้าไกล่เกลี่ยเพื่อรักษาชีวิตเจ้าไว้ หากข้าตาย คนที่จะ