เจ็บปวด
รอจนกระทั่งเขาหยุดร้อง อวิ๋นโส่วจงจึงเอ่ยถาม “ปีนั้นใครเป็นคนสั่งให้เจ้าทรยศนายท่าน”
อู๋อวี่ร้องไห้คร่ำครวญ “เป็นคนของชิ่งเก๋อเอ่อร์ไท่มาหาข้า ข้ามันโลภ ข้าทรยศท่านโหวเพราะความโลภของข้าเอง”
อวิ๋นโส่วจงดึงกริชออกและหลบอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้เลือดสาดโดนตัว จากนั้นเขาก็แทงกริชลงไปที่เท้าอีกข้างของอู๋อวี่ เสียงกรีดร้องของอู๋อวี่ดังขึ้นอีกครั้ง
“ท่านไฉ… จริงๆ นะ… ข้าพูดความจริงทั้งหมด… ชิ่งเก๋อเอ่อร์ไท่ให้ตั๋วเงินข้าถึงหนึ่งแสนตำลึงเพื่อแลกกับเส้นทางการเดินทัพ”
อวิ๋นโส่วจงย่อตัวลงตรงหน้าเขา ก่อนจะใช้กริชกรีดเสื้อผ้าของเขาออกทีละน้อยโดยหลีกเลี่ยงเชือกที่มัดตัวเขาไว้ จนเผยให้เห็นเนื้อหนังอวบอ้วน อู๋อวี่มองเขาด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา
อวิ๋นโส่วจงกรีดรอยบนร่างกายของเขา ไม่ลึกไม่ตื้น เจ็บแต่ไม่ถึงกับทำให้เขาหมดสติไปเพราะความเจ็บปวด
ในเวลานี้อู๋อวี่ก็นึกขึ้นได้ ว่าแต่ก่อนทุกครั้งที่ท่านโหวจับเชลยศึกได้หากเจอคนดื้อรั้นไม่ยอมปริปากพูด ก็จะโยนให้ไฉจงเป็นคนสอบสวน คนอื่นๆ ใช้เวลาหลายวันในการทรมานก็ยังไม่ได้ข้อมูล แต่พอมาถึงมือของไฉจง ไม่ถึงวันอีกฝ่ายก็จะยอมคายความลับออกมา
เมื่อคิดถึงตรงนี้อู๋อวี่ก็ตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว เขาไม่อยากตาย แต่เขาก็รู้ดีว่าวันนี้คงหนีไม