ลลัพธ์มันคงผิดไปจากนี้
“เจ้าหนู ข้าไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันอีกเร็วแบบนี้” หยางเทียมองไปที่เจี้ยนเฉินซึ่งนั่งอยู่ก่อนจะฮึดฮัดออกมา เจี้ยนเฉินไม่ได้สนใจหยางเทีย เขามองไปยังขั้นเทพตระกูลหยางและถามขึ้นมาอย่างใจเย็น “พวกเจ้าคงมาเพื่อวัตถุเซียนระดับสูงสินะ ? ”
เมื่อเห็นว่าเจี้ยนเฉินไม่คิดจะชายตามองเขา หยางเทียก็หงุดหงิดขึ้นมาเพราะเขามักจะภูมิใจกับฐานะของตน ก่อนที่ผู้อาวุโสจะได้เอ่ยปากพูด เขาก็ได้ตะโกนขึ้นมาอย่างเย็นชา “เจ้าหนู นี่เป็นเพราะเจ้าหาเรื่องข้า ถูกต้อง เรามาเพื่อกระบี่สายรุ้งและมันจะไม่ใช่แค่กระบี่ เราจะเอาตัวเจ้าไปกับเราด้วย “
เจี้ยนเฉินขมวดคิ้วขึ้นมาทันที
แต่ผู้อาวุโสพากันมองไปที่เจี้ยนเฉินและเริ่มเครียดขึ้นมา ทุกคนต่างก็พบว่ามองทะลุความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉิน ไม่ออก ในสายตาพวกเขาแล้ว เจี้ยนเฉินเหมือนกับคนธรรมดาทั่วไปโดยไม่มีพลังของนักสู้แม้แต่น้อย
มันมีสองสถานการณ์ที่จะเป็นเช่นนี้ได้ อย่างแรกคือคนผู้นั้นมีทักษะลับที่ปกปิดพลังของตัวเองได้ ผลก็คือขั้นเทพหรือแม้แต่ขั้นเหนือเทพไม่อาจจะมองทะลุขอบเขตการบ่มเพาะของพวกขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้
อีกสถานการณ์คือความแตกต่างด้านการบ่มเพาะที่มากเกินไป ที่พวกเขาต้องทำคือปกปิดพลังและคนอื่นก็ไม่อาจจะรับรู้ถึงมันได้ ผู้อาวุโสตระกูลหยางพากันมองไปที่เจี้ยนเฉินอยู่สักพักก่อนจะได้ข้อสรุปเดียวกัน
“ชายคนนี้ไม่ใช่ขั้นเหนือเทพอย่างแน่นอน หากเขาเป็นขั้นเหนื