ะบรรพชนของตระกูลหลิงไม่ได้อยู่ที่นี่และเมื่อไม่มีบรรพชน ทุกอย่างที่พวกเขาต้องการจะทำก็กลายเป็นเรื่องยากในช่วงเวลาเช่นนี้
นี่เพราะพวกเขากลัวว่าพวกเขาจะมีปัญหาหากจับคนพวกนั้นมาสอบถามและพบว่าเป็นคนจากองค์กรใหญ่ ไม่ใช่แค่ล้มเหลวจะช่วยตระกูลหลิงแต่ยังทำให้เกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาแทน
“ คนที่ไม่รู้จัก ? ” เจี้ยนเฉินหรี่ตาลงเมื่อได้ยินเช่นนั้น เขาคิด “ใช่ลัทธิปีศาจชั้นฟ้าหรือไม่ ? รึว่ามาจากตระกูลอื่นที่มีขั้นเหนือเทพ ? ”
แต่เจี้ยนเฉินก็หมดหนทางในสถานการณ์ของตระกูลหลิงเช่นกัน แม้ว่าเขาจะชื่นชมหลิงเฮ่ากงและต้องการจะช่วยอีกฝ่าย แต่น่าเศร้าที่เขาไม่มีพลังพอที่จะทำเช่นนั้น
เจี้ยนเฉินไม่ได้อยู่ที่ตระกูลหลิงนานนัก หลังจากผ่านไปครึ่งวันเขาก็ลุกขึ้นยืนและร่ำลาทุกคน ก่อนที่เขาจะกลับนั้นเขาได้ให้เครื่องรางหยกกับหัวหน้าตระกูลหลิงและพูดด้วยท่าทีสบาย ๆ “มีพลังวิญญาณข้าอยู่ในเครื่องรางนี้ หากหลิงเฮ่ากงกลับมาหรือตระกูลหลิงประสบปัญหาที่ต้องการความช่วยเหลือจากข้า เจ้าทำลายเครื่องรางหยกนี้ แล้วข้าจะรีบมาให้เร็วที่สุด”
ท่าทีของเจี้ยนเฉินทำให้หลิงโม่เจียนและคนอื่น ๆ ต้องตะลึง พวกเขาสงสัยว่าเจี้ยนเฉินมีความสัมพันธ์ยังไงกับบรรพชนของพวกเขา ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งมายังตระกูลหลิงเป็นครั้งแรกแต่กลับเสนอความช่วยเหลือมากถึงเพียงนี้ เขาถึงกับให้วิธีติดต่อเขาก่อนที่จะกลับไปด้วย
แม้ว่าจะสงสัยแต่หลิงโม่เจียนทำราวกับดีใจ เขารีบรับ