นเผ็ดมากนัก ผสมกับน้ำแกงใสกินไปด้วย ที่นี่ก็ยังถือว่าเป็นเขตโรคระบาด” เมื่อเห็นฉู่อี้ตักซี่โครงขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย อวิ๋นเจียวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน
ไม่ว่าจะเป็นองครักษ์ของฉู่อี้ ทหารที่รับผิดชอบควบคุมโรคระบาด หรือแม้แต่นายอำเภอและนายกองประจำกองทหารรักษาการณ์ที่ตั้งค่ายอยู่ห่างๆ พอได้ยินคำพูดของอวิ๋นเจียวต่างก็พากันคิดในใจ
โธ่เอ๊ย… คุณหนูน้อย ท่านยังรู้ตัวอีกหรือว่าที่นี่คือเขตโรคระบาด ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเช่นนี้ หากไม่รู้คงคิดว่าพวกท่านมาพักผ่อนหย่อนใจกันเป็นแน่ กลิ่นหอมลอยฟุ้งเตะจมูกน่าอร่อยยิ่งนัก
ฉู่อี้ได้รับความห่วงใยจากอวิ๋นเจียว ทั้งยังมีฟางซื่อและอวิ๋นโส่วจงคอยตักกับข้าวให้ไม่หยุดหย่อน เขาก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจยิ่งนัก
เขามีความสุขกับช่วงเวลาเช่นนี้เป็นอย่างมาก หวังว่าเวลาจะเดินช้าลงอีกสักหน่อย เพราะที่นี่มีสิ่งที่เขาโหยหาและไขว่คว้าแต่ไม่เคยได้รับมาโดยตลอด นั่นก็คือความรักใคร่และความอบอุ่นจากครอบครัว
ฉู่อี้รู้ดีว่าสามีภรรยาตระกูลอวิ๋นกำลังกังวลเรื่องใด ระหว่างรับประทานอาหารเขาจึงแสร้งพูดถึงสถานการณ์ในเมืองหลวงอย่างไม่ใส่ใจนัก พลางกล่าวถึงทัศนคติและการปฏิบัติต่อเขาและตระกูลอวิ๋นของฮ่องเต้
โดยนัยแล้วก็คือตระกูลอวิ๋นคบหากับเขาเช่นนี้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ฮ่องเต้ไม่ม