มานานหลายวันแล้ว พวกข้าแจ้งทางที่ว่าการอำเภอไปแล้วแต่ก็ไร้วี่แววว่าจะส่งหมอมารักษา วันนี้ถึงกับปิดล้อมหมู่บ้านเช่นนี้”
“ท่านโหว โปรดเมตตา พวกเขาคิดจะปล่อยให้พวกข้าตายอยู่ในนี้ จากนั้นก็ค่อยเผาพวกเราทิ้งทีเดียว…”
“ก่อนหน้านี้ในอำเภอเราก็เคยเกิดโรคระบาดเช่นนี้สองครั้ง หมู่บ้านทั้งสองแห่งก็ถูกเผาจนราบเป็นหน้ากลอง”
แม้แต่มดปลวกยังดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอด ยิ่งเป็นมนุษย์เล่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง ตราบใดที่ยังมีความหวัง พวกเขาย่อมไม่ยอมแพ้
หากไม่มีฉู่อี้อยู่ที่นี่ พวกทหารคงสังหารคนเหล่านี้ที่พูดจาเหลวไหลไปแล้ว ทว่ามีฉู่อี้อยู่ที่นี่ นายร้อยย่อมไม่กล้าออกคำสั่งเช่นนั้น โอ้สวรรค์ ช่างน่าปวดหัวนัก!
“พวกเจ้ายังยืนเฉยทำอันใด รีบกันท่านโหวออกไป!”
อย่าได้ติดโรคมาเลย พระเจ้าช่วย ทันใดนั้นก็มีทหารหลายนาย ช่วยกันยกท่อนซุงมากั้นฉู่อี้ รวมถึงรถม้าของตระกูลอวิ๋นเอาไว้
พ่อค้าที่ผ่านไปมาต่างมองด้วยแววตาแดงก่ำ ทว่าเกรงกลัวดาบในมือทหาร จึงไม่มีผู้ใดกล้าเคลื่อนไหว
“เรื่องนี้ในเมื่อข้าผ่านมาเห็นเข้า ย่อมเพิกเฉยไม่ได้ แต่ทุกคนก็ต้องเชื่อฟังคำสั่ง ห้ามทำตัวหุนหันพลันแล่น” ถึงแม้ฉู่อี้จะยังเยาว์วัย ทว่าราศีความสูงศักดิ์และอำนาจกลับแผ่ออกมาโดยธรรมชาติ คำพูดที่เอ่ยออกมาจากปากของเขานั้นหนักแน่น น่าเกรงขาม
“ขอบพระคุณท