อวิ๋นเหมยเอ๋อร์คิดแผนการอันแยบยลไว้ในใจ นางคิดว่าไม่ว่าอย่างไรก็ไม่มีใครกล้าไล่นางออกไปแน่ อวิ๋นฉี่รุ่ยยังไปขอกินได้ทุกวัน นางมาขอข้าวสักมื้อจะเป็นไรไป
ยามเที่ยงควันไฟจากบ้านเรือนลอยคละคลุ้งไปทั่วหมู่บ้าน กลิ่นหอมของอาหารโชยมาเตะจมูก อวิ๋นเหมยเอ๋อร์เร่งฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว มุ่งหน้าไปยังที่ที่อวิ๋นโส่วจงจัดไว้ให้เป็นที่กินข้าวของคนงานโดยเฉพาะ
อวิ๋นโส่วกวงกับอวิ๋นโส่วเย่า เนื่องจากคนหนึ่งดูแลไร่นา อีกคนดูแลคนงาน จึงกินข้าวร่วมกับคนงานที่นี่
ดวงตาเฉียบคมของอวิ๋นเหมยเอ๋อร์พลันเหลือบไปเห็นชามข้าวในมือของอวิ๋นฉี่รุ่ยที่ข้าวพูนชามจนแทบจะล้นออกมา ด้านบนยังมีเนื้อชิ้นโตมันวาววางอยู่ ทำให้นางอดกลืนน้ำลายไม่ได้
นางเดินเข้าไปในลานเล็กๆ แล้วตะโกนเรียก “พี่ใหญ่ พี่สาม”
อวิ๋นโส่วกวงวางชามในมือลงแล้วเดินเข้าไปหา “เหมยเอ๋อร์ เจ้ามาได้อย่างไร? ท่านพ่อท่านแม่มีธุระอะไรหรือ?”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์ยิ้มๆ “พี่ใหญ่ ดูท่านพูดสิ หากไม่มีธุระข้าก็มาหาไม่ได้หรือ?” กล่าวจบอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ก็ไม่สนใจคนงานที่นั่งอยู่เต็มโต๊ะ เดินตรงไปยังห้องครัวทันที
ระหว่างที่เดินผ่านคนงานเหล่านั้น นางยังส่งเสียงเย้ยหยันออกมาเบาๆ แสดงท่าทีดูถูกคนงานเหล่านี้
“แหม่ นี่คุณหนูบ้านไหนเล่า วางมาดใหญ่กว่านายจ้างเสียอีก” แม้ค