ารตบหน้าเรา หากเราไม่แก้แค้น เราจะมีเกียรติเช่นนั้นรึ ? ” หัวหน้านิกายพูดขึ้น
“ข้าได้คุยกับผู้อาวุโสทั้งสองแล้ว ข้ารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ไม่ใช่ว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะลูกชายที่น่าผิดหวังของเจ้ารึไง ? ” ชายวัยกลางคนพูดขึ้น
สีหน้าของหัวหน้านิกายเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาได้พูดขึ้นด้วยความกระอักกระอ่วน “บรรพชน เรามองข้ามเรื่องนี้ไปไม่ได้หรือ ? ”
ชายวัยกลางคนส่ายหน้าและถอนหายใจออกมา “ ยู่ห่าว เจ้าหยิ่งทะนง ข้ารู้สึกผิดที่ยกตำแหน่งหัวหน้านิกายให้กับเจ้า หากเจ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป ทั้งนิกายอาจจะถูกทำลายด้วยมือของเจ้า”
หัวหน้านิกายแปลกใจ เขารู้สึกกลัวขึ้นมาทันทีและพูดขึ้นอย่างสุภาพ “อย่าโกรธเคืองเลย บรรพชน ใจเย็น ๆ ก่อน เป็นข้าเองที่ไม่คิดให้ถี่ถ้วน ข้าไม่รู้ว่าจะมีผลลัพธ์เช่นนี้ มันจะดีหากเราไม่คุกคามตระกูลโม่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ยิ่งใหญ่กว่านิกายของเรา แต่พวกนั้นก็คงอยู่กันมานาน”
“เฮ้อ” ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง เขาหันไปหาหัวหน้านิกายและพูดขึ้น “ยู่ห่าว เจ้ายังไม่เข้าใจในสิ่งที่ข้าพยายามจะบอก เราไม่คิดจะเปิดศึกกับตระกูลโม่” ชายวัยกลางคนเงียบพร้อม
สายตาที่เปลี่ยนไปก่อนจะพูดต่อ “ แต่ตระกูลโม่นั้นได้ทำให้ผู้อาวุโสโม่หยุนแขนขาด หากเราไม่ตอบโต้เรื่องนี้ สถานะของเราก็จะตกต่ำลง เราไม่อาจจะเข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ระหว่างตระกูลโม่, ตระกูลอันโดและตระกูลลู่ได้ แต่เราจะใช้พลังที่เรามีในการฆ