ชาวบ้านต่างก็มีน้ำใจ ไม่เหมือนกับผู้คนในยุคปัจจุบันที่แม้จะอยู่ห้องติดกันก็ไม่รู้จักกัน
ฝ่ายอวิ๋นโส่วจงพาผู้เฒ่าอวิ๋นกลับมาถึงบ้าน อีกทั้งยังเชิญหมอมาให้ด้วย ส่วนอวิ๋นโส่วกวงและอวิ๋นโส่วเย่าก็กลับมาพอดี
ภายในห้องโถง หมอตรวจอาการของผู้เฒ่าอวิ๋น จากนั้นก็นวดด้วยเหล้า แล้วจึงพอกยาให้ “ข้อเท้าของท่านไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่แพลงเฉยๆ กระดูกไม่ได้หัก พักฟื้นไม่กี่วันก็หายดีแล้ว พอกยาพวกนี้ไว้ก่อนสองวัน สองวันหลังจากนี้ข้าจะมาเปลี่ยนยาให้ใหม่”
ผู้เฒ่าอวิ๋นรีบกล่าวขอบคุณ “รบกวนท่านหมอแล้ว ค่าตรวจกับค่ายาเท่าไรหรือ?”
หมอโจวตอบ “สามสิบอีแปะ”
ผู้เฒ่าหันไปบอกกับเถาซื่อ “แม่เจ้า จ่ายเงินให้ท่านหมอไปสิ”
เถาซื่อเบ้ปาก ดวงตาสามเหลี่ยมจ้องมองพี่น้องอวิ๋นโส่วจงด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด “ในบ้านยากจนข้นแค้น หม้อข้าวยังไม่มีจะตั้ง จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย? เจ้าไม่ได้มีลูกชายหรือ? ตั้งสามคน ไม่มีใครให้เงินเจ้ารักษาอาการบาดเจ็บเลยหรือ?”
ต่อหน้าคนนอกยังกล้าทำให้เขาเสียหน้าถึงเพียงนี้ แม้แต่เงินสามสิบอีแปะยังไม่มีจะจ่ายค่ารักษา
ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาตีที่ขอบเตียงพลางด่าว่า “ยายแก่ ข้าบอกให้เจ้าจ่ายเงิน คิดว่าข้าไม่รู้หรือไงว่าบ้านเรามีฐานะเช่นไร? ไหนเลยจะ