นตบหน้าเรา…”
“เราไปพร้อมของขวัญเพื่อที่จะสู่ขอ มันไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรหากโดนปฏิเสธ แต่พวกนั้นกลับทำลายแขนของผู้อาวุโสโม่ชาน แม้แต่ยู่ฟานก็ได้รับบาดเจ็บ พวกนั้นทำเกินไปแล้ว….”
ผู้อาวุโสของนิกายต่างก็พากันพูดขึ้นมา แม้ว่าไม่มีใครชอบยู่ฟาน แต่พวกเขาก็สนิทกับโม่ชานและโม่หยุน เมื่อเห็นว่าโม่หยุนโดนดูหมิ่น พวกเขาจึงต่างก็พากันหงุดหงิด
หัวหน้านิกายบนบัลลังก์สีหน้าหม่นลง ยู่ฟานเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเขา เขาได้เลี้ยงดูลูกตนเองมาอย่างทนุถนอมและคอยตามใจอย่างมาก เขาไม่เคยด่าหรือตีลูกเลย แต่ลูกของเขาต้องบาดเจ็บกลับมาหลังจากที่ไปยังตระกูลโม่ เขาจึงหงุดหงิดเช่นเดียวกัน ความอาฆาตแผ่ออกมาจากสายตาของเขาจนเกือบทำให้ตาเขาลุกไหม้
“ไม่ว่าจะมีเหตุผลอันใด ตระกูลโม่นั้นกล้าที่จะทำลายแขนของลูกข้า เราจะตอบแทนพวกนั้นให้สาสม” หัวหน้านิกายพูดขึ้นมาอย่างเย็นชา
“ถูกต้อง หัวหน้านิกาย เราต้องให้ตระกูลโม่ชดใช้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรานิกายจุลกระบี่นั้นไม่อาจจะข่มเหงได้” ผู้อาวุโสคนหนึ่งป้องมือและพูดขึ้น
หัวหน้านิกายพยักหน้าเล็กน้อย ความอาฆาตแผ่ออกมาจากตาของเขา เขาพูดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ไม่จบเช่นนี้แน่ ตอนที่ตระกูลลู่และตระกูลอันโดโจมตีตระกูลโม่ ข้าจะขอให้บรรพชนเข้ามาช่วยและฆ่า ซิหยู เพื่อที่ตระกูลโม่จะได้เจ็บปวดเช่นเดียวกัน ตระกูลโม่นั้นแทบจะจบสิ้นแล้ว ดังนั้นเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวพ