กับเจี้ยนเฉินและเฉินเจี้ยน
ก่อนที่พวกเขาจะไป ผู้นำตระกูลได้ทิ้งของขวัญชิ้นหนึ่งเอาไว้ มันคือแหวนมิติที่มีเหรียญผลึกระดับต่ำกว่าสองล้านชิ้น
“มันมาได้พอเหมาะพอเจาะเพราะข้าต้องการเหรียญผลึก ข้าจึงได้มาหาเจ้า ไม่คิดว่าผู้นำตระกูลจะให้เรามากมายเช่นนี้ ข้าคิดว่าข้าคงขึ้นถึงขั้นเทพช่วงกลางได้ภายในไม่เกินหนึ่งเดือน” เฉินเจี้ยนไม่ได้แสดงท่าทีสุภาพต่อ เจี้ยนเฉิน เขารับเอาเหรียญผลึกกว่า 2 ล้านชิ้นเอาไว้และทำการบ่มเพาะต่อ
เจี้ยนเฉินยิ้มและไม่รังเกียจที่จะยกเหรียญผลึกพวกนั้นให้ ตราบใดที่มีเวลาและทรัพยากรมากพอ เขาหวังว่าเฉินเจี้ยนจะขึ้นถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลายได้ก่อนที่จะไปจัดการกับบรรพชนตระกูลลู่ ยังไงซะยิ่งเฉินเจี้ยนแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ มันยิ่งยากที่บรรพชนตระกูลลู่จะหนีไปได้เท่านั้น
ในเช้าวันต่อมา โม่หยานรับรู้ได้ว่าพ่อของนางเหมือนกับกลายเป็นคนละคน เขายิ้มตลอดทั้งวัน ไม่ใช่แค่เขามองมาที่นางด้วยสายตาประหลาด แต่เขายังชมนางอยู่ตลอดจนทำให้โม่หยานสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น
นิกายจุลกระบี่นั้นตั้งอยู่บนสันเขาที่มีหมอกปกคลุม ตอนนี้หัวหน้านิกายและผู้อาวุโสได้ไปรวมตัวกันอยู่ในห้องโถง นี่รวมไปถึงนายน้อย, โม่ชานและโม่หยุนด้วย
แต่แขนเสื้อขวาของนายน้อยโม่หยุนนั้นว่างเปล่าซึ่งชัดแล้วว่าพวกเขาได้เสียแขนของตนเองไป
“ ฮึ่ม ตระกูลโม่หยิ่งทะนงเกินไปแล้ว พวกนั้นกลับทำให้ผู้อาวุโสโม่หยุนเสียแขนไป มันเท่ากับว่าพวกนั้