ด้มาไล่ตามเรา เขามั่นใจว่ามีคนที่วางแผนให้ลู่เฟยขโมยสมบติไป ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเราเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ผลก็คือเราต้องสู้กับเขา การต่อสู้นั้นอันตรายอย่างมากซึ่งเราเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด”
“น้องเจี้ยนเฉิน น้องเฉินเจี้ยน พวกเจ้าสามารถรับมือกับขั้นเทพได้ด้วยการร่วมมือกันรึ ? ! ” ผู้นำตระกูลร้องออกมา ตอนนั้นเขาถึงได้รู้ว่าเจี้ยนเฉินที่ถูกทุกคนมองข้ามนั้นแข็งแกร่งอย่างมาก แม้แต่เผชิญหน้ากับขั้นเทพ เขาก็มีพลังในการรับมือได้
เฉินเจี้ยนเอ่ยขึ้นมาว่า “ผู้นำตระกูลนั้นเหมือนจะประเมินข้าดีเกินไป แม้ว่าความเข้าใจต่อกฎแห่งกระบี่ของเข้าจะขึ้นถึงขั้นเทพแต่การบ่มเพาะของข้ายังคงอ่อนด้อย ย้อนกลับไปตอนนั้นข้าเป็นแค่ขั้นแลกเปลี่ยนช่วงสูงสุด ดังนั้นข้าจึงไม่อาจจะรับมือได้เลยแม้แต่น้อย เจี้ยนเฉินรับมือกับบรรพชนตระกูลลู่เพียงลำพังแต่โชคร้ายที่อีกฝ่ายหนีไปได้”
“อะไรกัน ! ลู่เทียนหนีไปหรือ ? ! ” โม่หลิงและผู้นำตระกูลนั้นต่างก็พากันตะลึง ใจของพวกเขาเต้นรัว ไม่ใช่แค่ เจี้ยนเฉิน สู้กับเทพด้วยตัวเองแต่เขาถึงกับทำให้บรรพชนตระกูลลู่หนีไปได้ นี่มันทำให้พวกเขาตะลึงอย่างมาก ตอนนั้นมุมมองของ โม่หลิง และผู้นำตระกูลที่มีต่อ เจี้ยนเฉิน ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผู้นำตระกูลตอนนี้มอง เจี้ยนเฉิน ด้วยความชื่นชมจากก้นบึ้งหัวใจ
เจี้ยนเฉินไม่ได้สนใจอาการของบรรพชน เขาชี้ไปที่กล่องบนโต๊ะและพูดขึ้นมา “ผู้นำตระกูล พี่โม่หล