มกับศิษย์คนอื่น ๆ ที่พากันแบกนายน้อยที่บาดเจ็บกับศิษย์สามคนที่บาดเจ็บตามหลังผู้อาวุโสทั้งสองไป
ตอนมาพวกเขามากันอย่างยิ่งใหญ่ แต่ตอนกลับนั้นกลับมีสภาพน่าอดสู
“ฮ่าฮ่า น้องเฉินเจี้ยน ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะปกปิดความแข็งแกร่งของตัวเอง การโจมตีก่อนหน้านี้ทำให้ข้ากลัว มันทำข้าใจเต้นรัว” ผู้นำตระกูลเดินเข้าไปหาเฉินเจี้ยนและหัวเราะออกมา เขาถึงกับทำตัวสนิทสนมกับเฉินเจี้ยนด้วยซ้ำ
“น้องเฉินเจี้ยน ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเชี่ยวชาญกฎแห่งกระบี่ มันเปิดมุมมองของเราจริง ๆ ข้าเอง็ใช้กระบี่ หากเจ้ามีเวลา งั้นช่วยชี้แนะเรื่องกระบี่ให้ข้าที” ผู้อาวุโสทั้งห้าเดินเข้ามาหา พวกเขาต่างก็พูดกับเฉินเจี้ยนราวกับประจบ
ตอนนั้นสีหน้าของผู้นำตระกูลก็เปลี่ยนไป เขาได้ป้องมือให้กับเจี้ยนเฉินและ เฉินเจี้ยน ก่อนจะพูดขึ้น “น้องเฉินเจี้ยน น้องเจี้ยนเฉิน ข้ามีเรื่องต้องไปจัดการ ขอตัวก่อน หยูเอ๋อ ดูแลแขกทั้งสองนี้ให้ดี”
“ได้ ท่านพ่อ” ซีหยูตอบกลับ ในความเห็นของนางแล้ว เฉินเจี้ยนและเจี้ยนเฉินนี้ต่างจากเดิมอย่างมาก
เจี้ยนเฉินและเฉินเจี้ยนมองไปรอบ ๆ ก่อนจะละสายตาก่อนจะป้องมือให้กับผู้นำตระกูล
ตอนนี้ผู้นำตระกูลได้ยืนอยู่ในห้องโถงที่ลึกที่สุดของตระกูลโม่ ตอนนั้นเขาไม่ได้มีความยิ่งใหญ่ของผู้นำตระกูลเลย
ตรงหน้าเขานั้นมีชายหัวล้านไม่สวมเสื้อตัวกำยำยืนอยู่ เขาเหมือนอายุเพียง 40 ปีและถึงกับดูเด็กกว่าผู้นำตระกูล
“บรรพชน ท่านออกมาแล้วหรือ ? ” ผู