เฉินเจี้ยนซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ พวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามองดูคนแต่เป็นกระบี่แทน
เฉินเจี้ยนไม่ได้ตอบตกลงทันที เขามองไปที่เจี้ยนเฉินและถามขึ้นมาว่า “คนที่พวกนี้หาเรื่องนั้นคือเจ้า เจ้าจะปล่อยพวกนี้ไปหรือไม่ ? ”
ตอนนั้นทุกคนต่างก็หันไปมองเจี้ยนเฉิน ก่อนหน้านนี้ไม่มีใครให้ความสำคัญกับเจี้ยนเฉินเลยนอกจากผู้นำตระกูลโม่ แต่มุมมองที่ทุกคนมีต่อเจี้ยนเฉินตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว
“เจี้ยนเฉินผู้นี้ทำให้คนอิจฉาจริง ๆ เขากลับมีสหายที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เฮ้อ ทำไมข้าถึงไม่โชคดีแบบเขาบ้าง ? ” ความคิดนี้โผล่มาในหัวของผู้อาวุโสทั้งห้าคน
เฉินเจี้ยนนั้นแข็งแกร่งทั้ง ๆ ที่อยู่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้น เขาถึงกับแข็งแกร่งกว่าขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย หากเขาก้าวขึ้นไปขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลางหรือช่วงปลายแล้ว มันไม่หมายความว่าเขาจะสามารถสู้กับขั้นเทพได้หรือ ?
เจี้ยนเฉินโบกมือและพูดกับผู้อาวุโสทั้งสองว่า “พวกเจ้าไปได้ ข้าไม่อยากเอาเรื่องแต่หากมีครั้งที่สอง ข้าจะไม่เมตตาพวกเจ้า ”
เจี้ยนเฉินไม่ต้องการให้ตระกูลโม่มีปัญหากับนิกายจุลกระบี่ก่อนที่เขาจะเข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งสี่องค์กรในแคว้นนี้ เขาไม่กลัวนิกายจุลกระบี่แต่เขาไม่ต้องการให้ตระกูลโม่ถูกลากเข้าไปเกี่ยวด้วยเพราะเขา
เจี้ยนเฉินยังหวังดีต่อตระกูลโม่ที่มีโม่หยานอยู่ด้วย นางได้ช่วยเขาและเฉินเจี้ยนเอาไว้
โม่ชานและโม่หยุนไม่ได้พูดอะไร พวกเขาเก็บแขนที่ขาดและออกจากตระกูลไปพร้อ