เข้าใจว่าถึงแม้จะเข้าถึงขอบเขตเทพแล้ว แต่เขาก็ไม่อาจจะหาเรื่องคนอื่นไปทั่วได้ สำหรับเจ้าแล้ว เจ้าต้องกลับไปนิกายจุลกระบี่กับเราและถูกตัดสินโดยหัวหน้านิกาย” ตอนที่พูดนั้น โม่หยุนก็ได้จับไหล่เจี้ยนเฉินเอาไว้
“กล้าดีจริง ๆ ข้าอยากเห็นว่าเจ้าที่อยู่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงกลางจะสั่งสอบบทเรียนให้ข้าที่อยู่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นยังไง โม่หยุน รับการโจมตีของข้า หากเจ้ารับการโจมตีของข้าไม่ได้ ข้าก็จะเอาแขนเจ้าไปเช่นกัน” แต่ตอนที่โม่หยุนพูดจบนั้น มันก็มีเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากที่พักแห่งหนึ่ง มันดังราวกับเสียงฟ้าผ่า
ก่อนที่จะพูดจบ ปราณกระบี่ก็แผ่ออกมา กระบี่เหล็กสีดำพุ่งออกมาจากห้องโถงผู้อาวุโสด้วยความเร็วแสงพร้อมกับปราณกระบี่ มันได้พุ่งเข้าใส่โม่หยุนและเฉือนมือของโม่หยุนที่ใช้จับไหล่ของเจี้ยนเฉิน
ผู้นำตระกูลและซีหยูต่างก็ตกตะลึง นัยน์ตาพวกเขาหดลงและจ้องมองไปยังกระบี่ที่พุ่งเข้าใส่โม่หยุน สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตะลึงและไม่เชื่อสายตาตัวเอง
มันเพราะทั้งสองคนเคยได้รับแรงกดดันแบบนี้จากกระบี่มาแล้ว แสงจากกระบี่นั้นทำให้พวกเขาใจเต้นรัวด้วยความกลัว พวกเขารู้สึกได้ถึงภัยจากแสงนั่น ไม่ว่ามันจะไปถึงระดับไหน แต่มันก็เพียงพอที่จะเป็นภัยต่อชีวิตพวกเขา
ทั้งผู้นำตระกูลและซีหยูต่างก็ตะลึง พวกเขาต่างก็อยู่ขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย ส่วนเฉินเจี้ยนเป็นคนที่เพิ่งขึ้นมาถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นเมื่อไม่กี่เดือ