วกนั้นมองไปที่เจี้ยนเฉินด้วยความแปลกใจและสงสัยเพราะพวกเขาไม่อาจจะบอกถึงความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉินได้ ตอนแรกพวกเขาเชื่อว่าเขาอยู่ขอบเขตดั้งเดิม หากเป็นขอบเขตเทพแล้วคงไม่อาจจะปิดเงียบได้ ยิ่งกว่านั้นมันก็มีจอมยุทธขอบเขตเทพมากมายในแคว้นนี้ พวกเขาเคยเห็นภาพของทุกคนมาแล้ว และเจี้ยนเฉินก็ไม่ได้อยู่ในหมู่พวกนั้น แต่เมื่อเห็นท่าทีใจเย็นของเจี้ยนเฉิน ทั้งสองคนก็เริ่มไม่มั่นใจ
จู่ ๆ โม่ชานก็คิดถึงบางอย่างขึ้นมา เขาบอกกับโม่หยุนผ่านทักษะสื่อสาร “จอมยุทธขอบเขตเทพที่ซึ่งทะลวงผ่านเมื่อไม่นานมาในในตระกูลโม่ดูเหมือนว่าจะเป็นสหายที่ดีของเขา ข้าคิดว่าชายคนนี้ชื่อเจี้ยนเฉิน ใช่เขารึไม่ ? ”
โม่หยุนสีหน้าเปลี่ยนไปและตอบกลับ “ข้าจำได้แล้ว มันเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ดูหมือนว่าเจี้ยนเฉินจะสบายใจกับการรับมือกับเราเพราะเขามีชายที่ชื่อว่าเฉินเจี้ยนคอยช่วย” หลังจากที่บอกกับโม่ชาน โม่หยุนก็ยิ้มออกมาอย่างเย็นชาและบอกกับเจี้ยนเฉินว่า “งั้นความสบายใจของเจ้าคงมาจากสหายที่เพิ่งจะขึ้นเป็นขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้ หากสหายเจ้ามีความแข็งแกร่งขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงปลาย งั้นเราก็ไม่อาจจะทำอะไรเจ้าในวันนี้ได้ แต่มันน่าเสียดายที่เขาอยู่แค่ช่วงต้น เจ้าคิดว่าขั้นศักดิ์สิทธิ์ช่วงต้นคนเดียวจะปกป้องเจ้าได้หรือ ? ชัดเจนแล้วว่าเราไม่อาจจะทำอะไรเขาได้หากเขายังอยู่ในที่พักของตน แต่หากเขากล้าออกมาปกป้องเจ้า ข้าคงต้องสั่งสอนบทเรียนเขา ข้าจะให้เขา