พวกเราจะรับมือกับความโกรธของหัวหน้านิกายในเรื่องนี้ได้ยังไง ? ” ผู้อาวุโสโม่หยุน ด่าออกมา เขานี่แหละที่จะเป็นตัวรับรองความโกรธจากหัวหน้านิกาย เขาด่าพวกศิษย์แต่จริง ๆ แล้วเขาย้ำกับตระกูลโม่ถึงฐานะของนายน้อยในนิกายจุลกระบี่ว่าพวกเขาต้องมีคำอธิบายกับการทำให้นายน้อยบาดเจ็บเช่นนี้ ไม่งั้นแล้วมันจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองกลุ่ม
หัวหน้าตระกูลโม่คิ้วขมวด เขาบอกได้ชัดเจนว่าโม่หยุนต้องการจะบอกอะไรแต่เขาไม่ได้พูดอะไรออกมา ตอนนี้ตระกูลโม่ต้องรับแรงกดดดันจากตระกูลลู่และตระกูลอันโด เขาก็ไม่อาจจะเป็นศัตรูกับนิกายจุลกระบี่ได้
ตาของซีหยูแทบจะลุกไหม้เพราะความหงุดหงิดแต่นางก็รู้สึกหมดหนทาง นางอยากที่จะฆ่ายู่ฟานหลังจากที่ได้เห็นสภาพของโม่หยาน แต่ความคิดในหัวนางบอกว่านางไม่อาจจะทำเช่นนั้นได้
“ทำไมข้าไม่เป็นขั้นเทพกัน ? หากข้าเป็นขั้นเทพ มันจะจำเป็นที่ตระกูลโม่จะต้องไว้หน้านิกายจุลกระบี่เช่นนี้หรือ ? หากข้าเป็นขั้นเทพ นิกายจุลกระบี่คงไม่กล้าพูดอะไรแม้ว่าข้าจะฆ่ายู่ฟาน” ซีหยูคิด นางได้แต่รู้สึกแย่กับการที่นางไม่อาจจะบ่มเพาะได้เร็วกว่านี้
“พูดมา ใครกันที่ทำให้นายน้อยบาดเจ็บ ? ” เมื่อเห็นว่าคำพูดของเขาได้ผล โม่หยุนก็หยุดกังวลทันที น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไปพร้อมกับสายตาที่กวาดมองทุกคน
เจี้ยนเฉินเดินเข้ามาหา เขามองไปที่ผู้อาวุโสทั้งสองด้วยท่าทีไม่ต่างจากเดิมและพูดขึ้น “ข้าเองที่ทำให้เขาบาดเจ็บ”
โม่ชานมองไปที