หาเจี้ยนเฉินและพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “น้องโม่หยานกับข้าจะประมือกัน เจ้าออกไปห่าง ๆ จะดีกว่า หากเจ้าแอบเรียนรู้เพลงกระบี่ของข้า นิกายข้าคงไม่อาจจะปล่อยเจ้าไปได้”
เจี้ยนเฉินเอามือถูจมูก หลังจากที่บอกให้โม่หยานระวังตัว เขาก็เดินหลบออกไปข้าง ๆ
ผู้คุ้มกันกว่า 20 คนที่มักจะตามนายน้อยมาเองก็ถอยออกไปเช่นกัน สุดท้ายพวกนั้นก็เดินไปหาเจี้ยนเฉินและยืนอยู่ด้วยกันกับเขา
เจี้ยนเฉินบอกให้สาวใช้และผู้คุ้มกันในสวนออกจากที่นั่น พวกเขาไม่อาจจะให้ใครดูการต่อสู้นี้ใกล้นัก เผื่อว่าจะโดนลูกหลง
“น้องชาย ให้ข้าเรียกเจ้าว่ายังไงดี ? ” ศิษย์นิกายจุลกระบี่ทักทายเจี้ยนเฉิน เขาไม่ได้แก่มากนักและดูภายนอกแล้วอายุเพียง 30 ปีแต่นั่นก็แค่รูปลักษณ์ภายนอก ความจริงที่ว่าเขาบ่มเพาะมานานแค่ไหนไม่อาจจะมีใครรู้ได้
“เจี้ยนเฉิน” เจี้ยนเฉินป้องมือและตอบกลับ
“ข้าชื่อซูบิง เจ้าเรียกข้าว่าพี่ซูบิงก็ได้ แต่เจี้ยนเฉิน ข้าต้องเตือนเจ้าด้วยความหวังดีว่าระหว่างที่นายน้อยกับคุณหนูต่อสู้กัน มันจะดีที่สุดหากเราไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราก็ต้องทำราวกับไม่รู้เรื่องอันใด เข้าใจรึไม่ ? ” ซูบิงพูดขึ้นมา
เจี้ยนเฉินขมวดคิ้วเมื่อได้ยินดังนั้น เขาแค่นเสียงออกมาอย่างเย็นชา “หากแค่การประมือและไม่มีการบาดเจ็บหรือตายเกิดขึ้น ข้าก็คงไม่เข้าไปยุ่งอันใด ยังไงซะการประมือทั่วไปก็ดีต่อตัวของโม่หยานเช่นกัน แต่ข้าก็ต้องเข้าไปยุ่งหากมันมีอะไ