รเกินเลยกว่าการประมือ ”
สีหน้าของซูบิงเปลี่ยนไปเล็กน้อยและศิษย์ 19 คนที่เหลือต่างก็พากันเคลื่อนไหว พวกเขาได้ล้อมเจี้ยนเฉินเอาไว้และเหมือนจะมีอคติ
“เจี้ยนเฉิน นั่นคือนายน้อยของนิกายจุลกระบี่และคุณหนูของตระกูลโม่ เจ้ามั่นใจหรือว่ามีพลังมากพอจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ ด้วยการที่เป็นคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า ? เจ้าน่าจะฟังข้าและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ว่าจะมีบางอย่างเกิดขึ้นจริงแต่มันก็จะเป็นปัญหาระหว่างนิกายจุลกระบี่และตระกูลโม่ มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าเลย” ซูบิงพูดราวกับเป็นห่วงเจี้ยนเฉิน
เจี้ยนเฉินมองไปที่ศิษย์ซึ่งรายล้อมเขาอยู่และยิ้มออกมาอย่างเย็นชาพร้อมกับกอดอก “ข้าขอให้เจ้าเตือนนายน้อยของตัวเองว่าอย่าทำเกินเลยกับการประมือ ข้าเป็นห่วงเจ้าถึงได้บอกแบบนี้ ยังไงซะเจ้าก็คงไม่ได้มีสภาพดีไปกว่ากัน หากมีอะไรเกิดขึ้นกับนายน้อยของพวกเจ้าในฐานะผู้คุ้มกันของเขา ”
“เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก เจี้ยนเฉิน แม้ว่าจะอยู่ในตระกูลโม่ แต่มันก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องนายน้อย”ซูบิง ฝืนยิ้มออกมา
โม่หยานนั้นเริ่มสู้กับยู่ฟานแล้ว ผู้คุ้มกันขั้นแลกเปลี่ยนได้สร้างโล่พลังรอบพวกเขาเพื่อกันไม่ให้คลื่นกระแทกจากการต่อสู้นั้นทำลายทะเลดอกไม้ เพราะทั้งสองต่างก็เป็นเซียน พวกผู้คุ้มกันจึงไม่กังวลว่าการต่อสู้นี้จะทำลายโล่พลังได้
ทั้งสองได้แสดงความสามารถที่ตนมีออกมา ทั้งสองได้ใช้เพลงกระบี่ของตน เพลงกระบี่ของตระกูลโม่แ