้วและมองไปที่ชายคนนั้นด้วยท่าทีรังเกียจ สำหรับโม่หยานแล้ว ใบหน้าของนางนั้นสลดอย่างมาก
“คารวะท่านลุงโม่และพี่ซีหยู” นายน้อยมาอยู่ตรงหน้าผู้นำและโค้งให้ทั้งสองคน
“เพ้ย ! ใครกันที่เป็นลุงของเจ้ากัน ? และใครกันที่เป็นพี่ซีหยูของเจ้า ? ยู่ฟาน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ? ฟังนะ เจ้าเรียกพ่อข้าว่าลุงและเจ้าเรียกพี่ซีหยูเช่นนี้ไม่ได้ เจ้าควรเรียกนางว่าผู้อาวุโสซีหยูหรือไม่ก็ผู้อาวุโสซี เจ้าเข้าใจหรือไม่ ? ” โม่หยานลุกขึ้นยืนมือเท้าสะเอวและด่าออกมา
นายน้อยไม่ได้โกรธ เขากลับยิ้มให้กับโม่หยานและพูดขึ้นว่า “น้องโม่หยานอารมณ์ร้อนจริง ๆ ”
“เพ้ย ! ใครเป็นน้องเจ้า ? ใครเป็นน้องเจ้ากัน…” โม่หยานแทบจะพุ่งเข้าใส่ เพราะความโกรธนี้จึงทำให้นางหน้าแดงขึ้นมา
“หยานเอ๋อ เขาเป็นแขก เจ้าทำตัวหยาบคายเช่นนี้ได้อย่างไร ? ข้าสอนเจ้าว่าอย่างไรในอดีต” ผู้นำมองไปที่โม่หยานพร้อมคิ้วที่ขมวด
” ฮึ่ม ! ” โม่หยานฮึดฮัดออกมาและไม่ได้พูดอะไรต่อ
“ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหาอันใด ลุงโม่ น้องโม่หยานก็เป็นแบบนี้แหละ มันไม่ใช่ความผิดของนาง มันไม่ใช่ความผิดของนางเลย” นายน้อยพูดด้วยรอยยิ้ม เขามองไปที่โม่หยานอยู่บ่อย ๆ พร้อมสายตาที่แสดงความโรคจิตออกมา แม้วาเขาจะซ่อนมันไว้อย่างดีแต่เขาก็ไม่อาจจะปิดบังมันจากผู้อาวุโสตระกูลโม่ได้
ผู้อาวุโสต่างก็ไม่ชอบชายหนุ่มผู้นี้ แต่พวกเขาไม่กล้าที่จะล่วงเกินอีกฝ่ายมากเกินไปเพราะอีกฝ่ายเป็นถึงนายน้อยของนิกายจุล