่งใบหน้าของเตียวซวี่อันถูกข่วนจนเลือดอาบ ผู้ว่าการมณฑลจึงสั่งให้คนลากอวิ๋นโส่วจู่ออกไป
หลังจากพิจารณาคดีมาทั้งวัน คดีของเตียวซวี่อันก็สิ้นสุดลง เตียวซวี่อันถูกคุมขังในคุก รอวันส่งตัวไปยังเมืองหลวง
อวิ๋นโส่วจู่และคนอื่นๆ ถูกตัดสินให้เนรเทศและส่งไปเป็นทหาร ส่วนตระกูลอูถูกริบทรัพย์สิน ผู้ใดที่ร่วมมือในการกระทำความผิดจะถูกลงโทษตามกหมาย ส่วนผู้ที่ไม่มีความผิดจะถูกปล่อยตัวในทันที
ครอบครัวของเตียวซวี่อันนอกจากเก๋อซื่อ ล้วนมีส่วนพัวพันกับการรับสินบนและปล่อยเงินกู้นอกกหมาย ต่างถูกลงโทษกันถ้วนหน้า บางคนถูกตัดสินให้ไปเป็นหญิงบำเรอในค่ายทหาร บางคนถูกตัดสินให้เป็นทาสของทางการ
เพียงชั่วข้ามคืน อำเภอจิ่วจิ้นก็พลิกแผ่นดิน ในวันรุ่งขึ้น ข่าวนี้ก็แพร่ไปถึงหมู่บ้านไหวซู่ และไปถึงหูของอวิ๋นเจียว มีเจ้าหน้าที่ทางการนำเงินชดเชยสามพันตำลึงมาส่งที่บ้านของอวิ๋นโส่วจง พร้อมกับแจ้งข่าวคร่าวๆ เกี่ยวกับคดีของเตียวซวี่อัน
หลังจากเจ้าหน้าที่ทางการออกไป ครอบครัวของอวิ๋นเจียวก็เงียบไป ตอนนั้นที่เก๋อซื่อมาแจ้งข่าว ในจดหมายเขียนอย่างเรียบง่าย แต่ตอนนี้คดีถูกตัดสินแล้ว รายละเอียดเบื้องหลังกลับทำให้ผู้คนตกตะลึง
อวิ๋นโส่วจงถอนหายใจ “อำนาจหากอยู่ในมือของคนดี ก็สามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับราษร แต่หากอยู่ในมือของคนชั่วร้ายเช