น้าที่ทำทรัพย์สินของพวกเจ้าเสียหายถึงเพียงนี้ เอาเช่นนี้แล้วกัน ค่าเสียหายของบ้านพวกเจ้าคิดเป็นเงินยี่สิบตำลึง เดี๋ยวข้าจะให้คนนำมาส่งให้ที่บ้าน!”
เงินยี่สิบตำลึงนับว่ามากแล้ว เพียงพอให้ครอบครัวชาวนาใช้จ่ายได้ทั้งปี แต่อวิ๋นโส่วจงกลับโค้งคำนับแล้วเอ่ยว่า “ใต้เท้า ค่าเสียหายของบ้านข้าไม่ต่ำกว่าห้าร้อยตำลึงขอรับ!”
เตียวซวี่อันได้ยินก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ห้าร้อยตำลึงเชียวหรือ เขากล้าพูดออกมาได้อย่างไรกัน!
แต่ต่อหน้าอาจารย์ตั่งเขาก็ไม่กล้าแสดงท่าทีโกรธเกรี้ยวออกมา จึงได้แต่เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ทรัพย์สินของชาวบ้านในชนบทอย่างเจ้าจะมีค่าถึงห้าร้อยตำลึงได้อย่างไร? วันนี้แม้จะมีท่านซีหยวนอยู่ที่นี่ แต่หากพวกเจ้ากล้าหลอกลวงข้า ข้าก็จะลงโทษพวกเจ้าตามกหมาย!”
ฟางซื่อแค่นเสียงเย็นชา เอ่ยว่า “ใต้เท้า พวกเราไม่กล้าหลอกลวงใต้เท้าหรอกเจ้าค่ะ วันนี้พวกเจ้าหน้าที่ทำไหชาหลงจิ่งจากทะเลสาบซีหูของพวกเราแตกไปสองไห ชาต้าหงเผาจากอู่อี๋ซานแตกไปหนึ่งไห และชาปี้หลัวชุนแตกไปอีกหนึ่งไห เพียงแค่ชาทั้งสี่ไหนี้ก็มีมูลค่าสองร้อยตำลึงแล้วเจ้าค่ะ”
“เหลวไหล บ้านชาวบ้านอย่างพวกเจ้าจะมีชาดีๆ ได้อย่างไร?” เจ้าหน้าที่นายหนึ่งที่เพิ่งมาทำลายข้าวของที่นี่ เมื่อได้ยินก็รีบตะโกนขึ้นมาทันที
นายอำเภอพยัก