ผู้เฒ่าอวิ๋นโกรธจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ส่วนผู้ดูแลจางแทบจะร้องไห้เพราะความโง่เขลาเบาปัญญาของอวิ๋นโส่วจู่ เขารีบแก้ตัว “ท่านหัวหน้าเฉิน ข้าน้อยมิได้ร่วมมือกับเขา เรื่องนี้เขาเป็นคนมาบอกข้าน้อยเองจริงๆ! พวกท่านไปตรวจสอบเขาให้ดี! ต้องตรวจสอบเขา! บางทีเขาอาจจะเป็นคนขโมยไปก็ได้!”
ได้ยินดังนั้นอวิ๋นเจียวก็แอบชื่นชมผู้ดูแลจางอยู่ในใจ เขาถึงกับกล่าวสิ่งที่พวกนางต้องการจะพูดออกไปหมดแล้ว พอดีเลย พวกนางก็ไม่จำเป็นต้องเปลืองแรง!
พอได้ยินผู้ดูแลจางเสนอให้ไปตรวจสอบอวิ๋นโส่วจู่ ผู้ใหญ่บ้านและหัวหน้าตระกูลอวิ๋นมองหน้ากัน หัวหน้าตระกูลอวิ๋นจึงเป็นผู้ออกมาประกาศว่า “นับแต่นี้ไป ตระกูลอวิ๋นขอขับไล่อวิ๋นโส่วจู่ออกจากตระกูล! อวิ๋นโส่วจู่มิใช่คนของตระกูลอวิ๋นอีกต่อไป!”
ผู้ใหญ่บ้านกล่าวเสริม “คนชั่วช้าเช่นนี้ แม้แต่ญาติพี่น้องแท้ๆ ของตนเองก็ยังคิดจะใส่ร้าย หมู่บ้านไหวซู่ของข้าไม่ต้อนรับคนเช่นนี้ ข้าขอประกาศ นับแต่นี้ไปขอขับไล่อวิ๋นโส่วจู่ออกจากหมู่บ้านไหวซู่ อวิ๋นโส่วจู่มิใช่คนของหมู่บ้านไหวซู่อีกต่อไป!”
“ดี!”
“สมควรแล้ว!”
“คนชั่วช้าเช่นนี้ไม่ควรอยู่ในตระกูลอวิ๋นของเรา!”
“ไม่ควรอยู่ในหมู่บ้านของเรา!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นถูกโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนนี้บุตรชายของตนเองถูกขับไล่ออกจากตระกูลและหมู่บ้