าน
เถาซื่อกรีดร้องทันที “มีสิทธิ์อะไร! เห็นได้ชัดว่าเจ้าสี่ถูกเจ้าสองหลอกใส่ร้าย เหตุใดถึงไล่เจ้าสี่ออกไป จะไล่ก็ต้องไล่เจ้ารองสิ!”
หัวหน้าตระกูลอวิ๋นกล่าวอย่างเย็นชา “โส่วจงถูกพวกเจ้าบังคับให้ตัดออกจากตระกูลไปตั้งแต่ยี่สิบปีก่อน มิได้อยู่ในบันทึกสมาชิกตระกูลแล้ว จะไล่ออกไปได้อย่างไร? เจ้าห้าของพวกเจ้ากำลังจะสอบเป็นบัณฑิตถงเซิง หากที่บ้านมีคนทำความผิดจนต้องติดคุก ย่อมไม่มีสิทธิ์เข้าสอบเป็นบัณฑิตถงเซิงอีก!”
คำพูดของหัวหน้าตระกูลดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่า ผ่าลงกลางศีรษะของผู้เฒ่าอวิ๋นและเถาซื่อ เจ้าห้า! ใช่แล้ว ยังมีเจ้าห้าอีกคน!
“อวิ๋นโส่วจง เจ้ามันคนสารเลวน่าตายนัก ไอ้คนใจดำอย่างเจ้า ถึงกับกล้าใส่ร้ายน้องชายตัวเอง ขอให้เจ้ามีอันเป็นไป…” เถาซื่อร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา ทรุดตัวลงกับพื้น ชี้นิ้วด่าทอสาปแช่งอวิ๋นโส่วจงและครอบครัว
หัวหน้าตระกูลอวิ๋นสั่งทันที “ลากยายแก่บ้าคนนี้ไปคุกเข่าหน้าโถงบรรพชน! ได้สติตอนไหนค่อยพาตัวกลับไป!”
ผู้เฒ่าอวิ๋นใจเสีย “พี่ใหญ่ เถาซื่อร่างกายอ่อนแอ…”
หัวหน้าตระกูลเอ่ยอย่างเหลืออดเหลือทน “บ้านเจ้าเป็นเช่นนี้ก็เพราะเถาซื่อไร้คุณธรรม! หากนางฉลาดสักนิด ใจกว้างสักหน่อย บ้านเจ้าคงไม่วุ่นวายเช่นนี้! หากเจ้ายังต้องการนาง ก็ย่อมได้ แต่ตระกูลอวิ๋นของเรามิยินด