างกาย พวกเขาทำแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาเพราะพวกเขารู้ว่าทวีปเทียนหยวนนั้นไม่อาจจะทนได้นาน ดังนั้นพวกเขาจึงทุ่มเททุกอย่างที่มีไปกับการเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเอง พวกเขาไม่มีทางที่จะเสียเวลาไปเปล่า ๆ
ไม่กี่วันต่อมา เจี้ยนเฉินก็ตื่นขึ้น เขาปรับพลังงานที่ดูดซับมาจนเสร็จเปลี่ยนมันเป็นส่วนหนึ่งของพลังบรรพกาล เม็ดพลังบรรพกาลในตันเถียนของเขาตอนนี้ใหญ่กว่าแต่ก่อนอย่างมาก
ความเร็วในการปรับพลังงานของซ่างกวนมู่เอ๋อเพิ่มขึ้นหลังจากที่เป็นขั้นย้อนกลับ แต่นางก็ยังไม่เร็วเท่ากับเจี้ยนเฉิน นางยังคงเก็บตัวอยู่
“ข้าสงสัยว่าเวลาในทวีปเทียนหยวนนั้นผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว และสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไง ? ” เจี้ยนเฉิน ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาและมองไปยังท้องฟ้าสีเทา มันมีความกังวลแสดงออกมาบนใบหน้าของเขา แต่เขารู้ว่าเขาไม่อาจจะกลับไปได้ เนื่องจากเขาคงไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ด้วยความแข็งแกร่งที่มีตอนนี้ ทุกคนคงรู้ว่าเขาต้องการเวลามากกว่านี้เพื่อบ่มเพาะและเพิ่มพลังของตัวเอง เขาคงได้แต่หยุดพวกต่างโลกเมื่อเขาแข็งแกร่งพอ
เจี้ยนเฉินถอนหายใจและสลัดความคิดต่าง ๆ ทิ้ง เขาทำการบ่มเพาะต่อ เขาเพ่งสมาธิไปที่กระบี่คู่พร้อมกับสติที่จมดิ่งไปกับการทำความเข้าใจเส้นทางแห่งกระบี่ สุดท้ายเขาก็เข้าสู่สภาวะการทำสมาธิ
ตอนที่เขาเริ่มทำสมาธิ ชั้นแสงสีขาวได้ปรากฏตัวรอบกายเขา เขาแผ่เจตจำนงกระบี่ที่แหลมคมออกมาซึ่งได้แผ่ครอบคลุมพื้นที่หลายสิบตารางกิโลเมตร