ดจะจับคู่ให้พวกเจ้ามั่วๆ แต่อย่างใด แต่ที่อยู่ๆ วันนี้ข้ากลับเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา…”
“ก็เพื่อที่จะหาทางหนีทีไล่ให้กับตัวเอง พวกเจ้าเอาเงินพวกนี้ไปหาซื้อที่ดินสักผืน แล้วก็ทำการค้าเล็กๆ น้อยๆ ต่อไปนี้ชีวิตของพวกเจ้าก็จะดีขึ้นเอง รอให้… ข้าก็จะไปหาพวกเจ้าเอง”
เมื่อเก๋อซื่อพูดจบ ทั้งสี่คนก็เข้าใจในทันที คิดว่าฮูหยินคงทนต่อชีวิตในจวนหลังนี้ไม่ไหว และรู้สึกสิ้นหวังแล้ว พวกเขามองใบหน้าของฮูหยินที่ดูแก่กว่าวัยจริงไปกว่าสิบปี ในใจก็พลันรู้สึกเจ็บปวด รู้ว่าท่านฮูหยินตัดใจแล้ว
หลายปีมานี้ใต้เท้าเอาอกเอาใจอูอี๋เหนียงมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกินเหตุ สองวันมานี้ ใต้เท้าเอาแต่ใช้ชีวิตสำราญอยู่ที่เรือนของอูอี๋เหนียง ไม่ยอมออกไปทำงานที่ศาลาว่าการ
“ขอบพระคุณฮูหยิน!” ทั้งสี่คนคำนับขอบคุณพร้อมเพรียงกัน ดวงตาแดงก่ำทั้งยังสะอื้นเบาๆ
เก๋อซื่อเอ่ยต่อ “ที่ดินและทรัพย์สินของข้าล้วนเป็นของที่เปิดเผย เอาออกไปไม่ได้ ตอนนี้ข้ามีตั๋วเงินอยู่ห้าพันตำลึงเงิน กับเครื่องประดับอีกจำนวนหนึ่ง พวกเจ้าเอาไปแบ่งกันเถิด”
ทั้งสี่คนตกตะลึง ตั๋วเงินห้าพันตำลึงเงิน แบ่งให้พวกเขาหมดเลยหรือ?
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งสี่คน เก๋อซื่อจึงเอ่ยขึ้นอีกสองสามประโยค “ข้าเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่า ต่อไปนี้อาจต้องพึ่งพาพวกเจ้า!