ึกอนัตตามีอาวุธวิญญาณ ถ้าหมู่ตึกยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ เจี้ยนเฉินก็คงไม่มีทางคิดแบบนี้ แต่หมู่ตึกไม่ใช่แค่ได้รับความเสียหายหนักโดยจอมปราชย์อมตะสวรรค์ แต่มันยังครอบคลุมโดยผนึกของเขาด้วยเพื่อกันไม่ให้หมู่ตึกฟื้นฟูตลอดหลายปีมานี้และทำให้มันอ่อนแอลง
“จิตวิญญาณกระบี่ได้บอกไว้ในอดีตว่าข้าสามารถเข้าไปในหมู่ตึกอนัตตาได้หลังจากที่ข้าขึ้นถึงขั้น 7 ของร่างบรรพกาล ขั้น 5 ของร่างบรรพกาลอยู่ที่ชั้นสวรรค์ที่ 3 ของเซียนจักรพรรดิ ข้าเดาว่าขั้น 6 น่าจะอยู่ประมาณชั้นสวรรค์ที่ 6 หรือ 7 ส่วนขั้น 7 คือขั้นรับมอบ ร่างบรรพกาลของข้ายังอยู่ที่ขั้น 5 แต่พลังที่แท้จริงของข้านั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าขั้นรับมอบด้วยความเข้าใจเส้นทางแห่งกระบี่และกระบี่ม่วงฟ้า ข้ามีพลังที่เทียบเท่ากับพลังของขั้น 7 ดังนั้นข้าก็น่าจะเข้าไปในหมู่ตึกอนัตตาได้” เจี้ยนเฉินคิด เขาคาดหวังอย่างมาก
ข้อกำหนดในการเข้าไปในหมู่ตึกอนัตตาและดูดซับศิลาเซียนหยินหยางนั้นต่างกัน หมู่ตึกอนัตตาต้องการพลังในการต่อสู้ซึ่งเจี้ยนเฉินก็ผ่านเกณฑ์ ส่วนศิลาเซียนหยินหยางไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพลังต่อสู้เนื่องจากมันดูดซับปราณหยางและหยินสูงสุด เขาต้องใช้แรงบรรพกาลและร่างตามระดับต่าง ๆ เพื่อทานทนมัน
อยู่ ๆ หมอกตรงหน้าของเจี้ยนเฉินก็ปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรง ตาคู่หนึ่งโผล่มาตรงหน้าเจี้ยนเฉิน ตานั้นสดใสและส่องประกายราวกับอัญมณี พวกมันคือตาที่ดูโดดเด่นในม่านหมอก
“วิญญาณเซียนจักร