ใจมันแต่ไม่รู้วิธีการใช้งานมัน ซึ่งทำให้เขาต้องเสียดายอย่างมาก
สุดท้ายสายตาของเจี้ยนเฉินก็หม่นลง เขาเองก็เข้าใจว่าแผ่นอาคมนี้ไม่ต่างจากเศษเหล็กในมือหากเขาไม่รู้วิธีใช้งานมัน
ตอนนั้นกระบี่สีฟ้าของเจี้ยนเฉินก็สั่นไหว ในเวลาเดียวกันจิตวิญญาณกระบี่ก็พูดขึ้นมาในหัวของเขา “มันคือวัตถุอมตะขั้นกลางและแบ่งแยกด้วยหยินหยาง นายท่าน หากท่านให้เวลาเราสักพัก เราอาจจะพบวิธีการใช้งานมันได้”
เจี้ยนเฉินสนใจอย่างมาก ตาเขาเป็นประกายขึ้นมาอีกรอบ จากนั้นเขาก็พูดกับคนรอบกาย “ข้าจะเก็บแผ่นอาคมนี้ไว้ศึกษาสักพักเพื่อดูว่าข้าจะหาวิธีใช้งานมันได้หรือไม่เพื่อที่เราจะได้ใช้มันเป็นอาวุธของตัวเอง”
ข้อเสนอของเจี้ยนเฉินไม่ได้รับการคัดค้านแต่อย่างใด ดังนั้นเขาจึงเก็บแผ่นอาคมนั้นเอาไว้
หลังจากนั้น เถี่ยต้า, เทพเจ้าแห่งท้องทะเล, หยางลี่, กุยไฮ่ยี่เต่า และ เฟิงเซียวเทียน ต่างก็ได้กลับไปยังที่ของตน เจี้ยนเฉินได้ไปถึงซากเมืองทหารรับจ้างพร้อมกับเสี่ยวหลิง พร้อมกับปลอบนางหลังจากที่ผ่านเรื่องหนัก ๆ มา เขาไม่อาจจะกลับไปเมืองอัคนีได้เนื่องจากเขาต้องคุ้มกันอุโมงค์ไว้ ดังนั้นเขาจึงสร้างถ้ำในภูเขาใกล้ ๆ และทำการฟื้นคืนชีพยุทธภัณฑ์จักรพรรดิต่อ
เจี้ยนเฉิน ได้ปล่อยเรื่องแผ่นอาคมให้กับจิตวิญญาณกระบี่ศึกษาโดยหวังว่าพวกมันจะหาวิธีในการใช้การมันได้
ในพริบตาก็ผ่านไป 1 ปีครึ่งตั้งแต่ที่ขั้นรับมอบ 6 คนพยายามจะบุกโลก ทวีปเทียนหยวนยังคงสงบสุ