แต่ก่อน
เจี้ยนเฉินหยุดมือและพลังแสงจันทร์รอบตัวเฮายู่ก็หายไปด้วยเช่นกัน ไม่นานห้องก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง เฮายู่นั่งอยู่ที่บัลลังก์โดยไม่เปลี่ยนสีหน้า เจี้ยนเฉินที่นั่งอยู่ด้านล่างดูเหมือนจะหมดแรง
“พลังวิญญาณนี้วิเศษจริง ๆ ในโลกแห่งเซียนมีผู้คนมากมายที่เคยได้ยินถึงพลังนี้เพราะแทบไม่มีใครใช้มันได้ ข้าไม่คิดว่าข้าจะได้พบมันในโลกข้างล่างและเห็นพลังวิญญาณในตำนานได้” เฮายู่ถอนหายใจออกมา สายตาที่นางมองเจี้ยนเฉินนั้นดูซับซ้อนขึ้นมา นางรู้ว่าจากนี้ไปคงมีอีกคนที่ใช้พลังวิญญาณในโลกแห่งเซียนเพิ่มขึ้นมา
เจี้ยนเฉินถอนหายใจและยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “จำเป็นด้วยรึที่ท่านต้องชมพลังวิญญาณมากแบบนั้น ในความเห็นข้าแล้วพลังวิญญาณนี้วิเศษแต่มันก็แค่พิเศษเท่านั้น แม้แต่ท่านก็รับมือมันได้อย่างง่ายดาย”
“เจ้าคิดผิดแล้ว เจี้ยนเฉิน มันมีสองเหตุผลว่าทำไมพลังวิญญาณถึงไม่อาจจะทำอันตรายข้าได้ หนึ่งคือเจ้าไม่รู้ว่าจะใช้มันยังไงให้เหมาะ มันมีวิธีและทักษะในการใช้มัน และด้วยวิธีเหล่านั้นเจ้าถึงใช้พลังจนถึงขีดสุดได้ อย่างที่สองข้าได้ใช้กางอาณาเขตออกมา ตราบใดที่อาณาเขตนี้ไม่พังลง มันก็ไม่มีอะไรทำอะไรข้าได้ แม้แต่การโจมตีวิญญาณก็ไร้ประโยชน์ ข้าอาจจะเป็นแค่วิญญาณและต้องใช้พลังของโถงศักดิ์สิทธิ์ในการกางอาณาเขต แต่ข้าสามารถรับมือจอมยุทธขั้นย้อนกลับได้ในห้องนี้” เฮายู่อธิบายออกมาด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ
ในที่สุดเจี้ยนเฉินก็เข้าใจ