เจียวยังไม่ลุกออกจากเตียงนอน แต่นางก็ได้ยินฟางซื่อพูดคุยกับเขา จึงรู้ว่าเขาจะเข้าไปขายสัตว์ป่าในอำเภอ
ถังสุ่ยตอบ “เดิมทีข้าจะไป แต่ต่อมา…” เขามองเห็นว่าด้านหลังอวิ๋นโส่วจงมีคนอยู่ จึงลังเลที่จะพูดต่อ
เมื่อเห็นดังนั้นอวิ๋นโส่วจงจึงชี้ไปที่ต้นไหวต้นใหญ่ “พวกเราไปคุยกันตรงนั้นดีกว่า” กล่าวจบก็อุ้มอวิ๋นเจียวเดินไปที่ต้นไหวส่วนถังสุ่ยก็เดินตามไป
เมื่อเห็นว่าอวิ๋นโส่วจงไม่ได้ให้อวิ๋นเจียวหลบไป บวกกับที่ถังสุ่ยไม่เคยดูถูกอวิ๋นเจียว ดังนั้นพอมาถึงใต้ต้นไหวถังสุ่ยจึงรีบเอ่ยขึ้น “ลุงโส่วจง อวิ๋นโส่วจู่คิดร้ายต่อพวกท่าน!”
อวิ๋นโส่วจงและอวิ๋นเจียวได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วพร้อมกัน “อะไรนะ?”
“ถังสุ่ย เจ้าเล่ามาให้ละเอียดสิ” สองพ่อลูกเชื่อว่าถังสุ่ยคงไม่พูดจาเหลวไหลไร้สาระ เพียงแต่ไม่รู้ว่าคราวนี้อวิ๋นโส่วจู่จะก่อเรื่องอะไรอีก
ถังสุ่ยใช้แขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่หน้าผากก่อนเอ่ย “ตอนนั้นข้ากำลังจะออกจากบ้านท่านไปทางนอกหมู่บ้าน เดินผ่านทุ่งนาของตระกูลอวิ๋นเก่าก็เห็นผู้ดูแลของร้านยาจี้เหรินถังอยู่ไกลๆ ว่าเขากำลังไปหาอวิ๋นโส่วจู่ที่ในนา”
“ข้าไม่วางใจ จึงแอบตามพวกเขาไป เห็นพวกเขาเดินเข้าไปในป่าไผ่ด้านหลังบ้านตระกูลอวิ๋นเก่า ข้าก็แอบตามเข้าไป ปรากฏว่าข้าได้ยินพวกเขากำลังวางแผนทำร้ายท่านอยู