้อาจเป็นเพราะมีพันธุ์อื่นปะปนมา แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ปลูกหลายๆ พันธุ์ก็มีข้อดี พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว พวกเราก็จะได้รู้ว่าพันธุ์ไหนให้ผลผลิตสูง พันธุ์ไหนอร่อย”
“แต่นายท่าน…”
อวิ๋นโส่วจงโบกมือ ตัดสินใจเด็ดขาด “ตกลงตามนี้ แบ่งต้นกล้าข้าวออกไปปลูก ส่วนต้นกล้าข้าวสาลีก็ปล่อยไปแบบนี้แหละ” ต้นกล้าข้าวต้องย้ายปลูกอยู่แล้ว แต่ต้นกล้าข้าวสาลีไม่สามารถย้ายปลูกได้
ลูกจ้างทั้งสองคนสบตากันอย่างเศร้าใจ นายจ้างดื้อรั้นจริงๆ ยืนกรานที่จะฟังคำพูดของเด็กสาวตัวเล็กๆ เฮ้อ… สมัยนี้เป็นลูกจ้างแล้วยังต้องมากังวลเรื่องของนายจ้างอีก ลำบากจริงๆ
ทุกคนเพิ่งจะคุยเรื่องไร่นาเสร็จ ถังสุ่ยก็วิ่งหน้าตั้งมาหา บนหลังของเขาแบกสัตว์ป่าที่ล่ามาได้เป็นพวงใหญ่พลางวิ่งตะโกน “ท่านลุงโส่วจง!”
“เจ้าเด็กนี่ อย่าวิ่งเร็วสิ ระวังจะล้มเอา” เมื่อเห็นดังนั้นอวิ๋นโส่วจงก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับ ส่วนอวิ๋นเจียวก็จับมือบิดาเดินตามไปด้วย
“พี่ถังสุ่ย” เสียงหวานใสพร้อมกับร่างเล็กๆ ในชุดสีแดงเพลิงปรากฏเข้าสู่สายตาและโสตประสาทของถังสุ่ย
ใบหน้าของเขาแดงก่ำ รีบหยุดฝีเท้าแล้วเอ่ยทักทาย “น้องเจียวเอ๋อร์”
อวิ๋นเจียวเอ่ยถาม “ท่านมิได้ไปขายสัตว์ป่าที่อำเภอหรือเจ้าจะ? เหตุใดจึงกลับมาอีก?”
เช้าตรู่วันนี้ถังสุ่ยนำกระต่ายป่ามาให้สองตัว แม้ตอนนั้นอวิ๋น