็นอย่างดี”
อาจารย์ท่านนั้นรู้ดีว่าอวิ๋นฉี่เยว่เป็นศิษย์ห้องหนึ่ง จึงรู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่เขาไม่ได้เรียนต่อ แต่อาจารย์ท่านนั้นทราบดีว่าบางตระกูลนิยมจ้างอาจารย์มาสอนบุตรหลานที่บ้านเป็นการส่วนตัว จึงเพียงแค่พูดเกลี้ยกล่อมอยู่สองสามประโยคเท่านั้น
คำพูดเหล่านี้ตกถึงหูของอวิ๋นโส่วหลี่ ทำให้เขาแอบเยาะเย้ยในใจ อวิ๋นฉี่เยว่นี่ก็ถือว่ารู้จักประมาณตนเองดี รู้ว่าต่อให้เสียเงินเข้าเรียนห้องหนึ่งได้ ก็คงสอบผ่านเป็นบัณฑิตถงเซิง [2] ไม่ได้ จึงตัดสินใจล้มเลิกเสียดีกว่า
จะต้องรู้ไว้ว่าเขาเองก็สอบบัณฑิตถงเซิงมาสามปีแล้ว ยังสอบไม่ผ่านเลยสักครั้ง การสอบบัณฑิตถงเซิงครั้งนี้เขาจะต้องสอบผ่านให้ได้ เมื่อสอบบัณฑิตถงเซิงผ่านแล้ว จึงจะสามารถเข้าสอบเป็นบัณฑิตซิ่วไฉ [3] ได้! เมื่อคิดถึงตรงนี้อวิ๋นโส่วหลี่ก็รู้สึกตื่นเต้น รีบหันความสนใจไปที่ตำราในมือทันที
หลังจากออกจากสำนักศึกษามาแล้ว อวิ๋นโส่วจงต้องไปซื้อเครื่องมือทำไร่เพิ่ม อวิ๋นฉี่เยว่หันไปถามอวิ๋นเจียว “เจียวเอ๋อร์ เจ้าอยากไปเดินเล่นในตำบลกับพี่ใหญ่หรือไม่?”
อวิ๋นเจียวรีบพยักหน้า “เจ้าค่ะ!”
อวิ๋นฉี่เยว่จูงมืออวิ๋นเจียว แล้วพูดกับอวิ๋นโส่วจงว่า “ท่านพ่อ เดี๋ยวพวกเราไปเจอกันที่ทางเข้าตำบล วันนี้บังเอิญเป็นวันเปิดตลาดพอดี ข้าจะพาเจียวเอ๋อร์ไปเดิน