“พี่รอง ท่านไม่เข้าใจหลักการที่ว่า บิดามีเมตตา บุตรก็กตัญญู พี่น้องรักใคร่ปรองดองกันงั้นหรือ? เหตุใดพอท่านกลับจากเมืองหลวง ก็มาทำให้ครอบครัวแตกแยกเช่นนี้เล่า?”
“ท่านเคยคิดหรือไม่ว่า พี่ใหญ่กับพี่สามแยกบ้านออกไปแล้ว มีไร่ผืนเล็กๆ เพียงสองหมู่ จะใช้ชีวิตกันอย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น รอข้าสอบได้เป็นขุนนาง พวกเขาสองบ้านที่แยกออกไปแล้ว ก็ไม่มีโอกาสได้มาพึ่งพาบารมีข้าอย่างแน่นอน!”
อวิ๋นโส่วจงยิ้มเยาะ “เช่นนั้นที่เจ้ามาวันนี้ ก็เพื่อมาตำหนิข้าอย่างนั้นหรือ?”
อวิ๋นโส่วหลี่สะบัดแขนเสื้อด้วยท่าทางหยิ่งผยอง “หาใช่เช่นนั้นไม่ เพียงแต่ท่านพ่อกับพี่น้องมาหาถึงที่ ท่านกลับต้อนรับพวกเขาด้วยน้ำชาที่เย็นจนจืดชืด ไร้ซึ่งไมตรีจิต”
“แถมยังปล่อยให้รออยู่ทั้งบ่ายโดยไม่สนใจไยดี นี่ช่างเป็นการกระทำที่ไม่กตัญญูต่อบุพการีและไร้มิตรภาพต่อพี่น้องโดยแท้! ข้าทนดูไม่ได้ จึงได้เอ่ยตำหนิท่านเพียงเท่านี้!”
อวิ๋นโส่วจงนั่งลงอย่างไม่ใส่ใจ ชุนเหมยยกน้ำชาร้อนมาให้ จากนั้นก็ถอยออกไปโดยไม่สนใจผู้เฒ่าอวิ๋นกับอวิ๋นโส่วหลี่เลยแม้แต่น้อย อวิ๋นโส่วหลี่เห็นดังนั้นก็โกรธจนหน้าซีดเผือด
อวิ๋นโส่วจงค่อยๆ จิบชาอย่างใจเย็น จากนั้นก็เอ่ยถามอย่างไม่รีบร้อน “เจ้าก็พูดเองมิใช่หรือว่า บิดามีเมตตา บุตรก็กตัญญู พี่น้องรักใคร่ปรองดองก